หลังจากได้ยินข่าว ปีเตอร์ รีด จะมาคุมทีมชาติไทยได้พักใหญ่ ๆ และสื่อดังอังกฤษอย่าง “เดลี เทเรกราฟ” ก็เคยเล่นข่าวนี้ไปแล้ว
ผมก็มีความตั้งใจจะแสดงความเห็นในเรื่องนี้สัก 2 – 3 ประเด็น แต่ก็หาจังหวะเหมาะไม่ได้กระทั่งเมื่อวานนี้ที่ได้อ่านข่าวจาก “คิกออฟ” ของเรา และพบว่า รีดเตรียมเซ็นสัญญาเป็นเฮดโค้ชให้เราปลายเดือนสิงหาคมนี้แล้ว และก็จะเริ่มงานตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน 2008 เป็นต้นไป
ทัวร์นาเมนท์แรกของอดีตมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษ 13 ครั้ง กับทีมชาติไทยจะเป็นทัวร์นาเมนท์ “คิงส์คัพ” ตามด้วยฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียนปลายปีนี้ และก็เรื่อยไปกระทั่งหมดสัญญา 4 ปี
ส่วนทีมงานนั้น ตอนแรกผมเข้าใจ + ได้ยินมาว่า “รีดดี้” เตรียมดึงสตาฟฟ์ของเค้ามาด้วยนำโดย “ไอ้แมงมุม” วิฟ แอนเดอร์สัน อดีตแบ็คขวาแมนฯยูฯ และก็เป็นนักเตะผิวสีคนแรกของทีมชาติอังกฤษ และอาจจะมีทีมงานอื่น ๆ ตามมาด้วยเช่นกันยกเว้นโค้ชผู้รักษาประตู
แต่ล่าสุดข่าวแจ้งมาว่า คุณวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลบ้านเราจะพิจารณาเรื่องนี้อีกที เพราะงบประมาณมีจำกัด แต่เตรียมตั้งทีมงานไทยนำโดย “พี่แบน” ตะวัน ศรีปาน เจ้าของสถิติติดทีมชาติ 14 ปีเข้าไปร่วมงานด้วยเพื่อหาประสบการณ์
นอกจากนี้ “พี่ยี” วรวีร์ ยังได้ระบุด้วยว่า จะให้โอกาสรีดทำงาน 4 ปีจนครบสัญญาโดยไม่คำนึงผลงาน เพราะต้องการให้ช่วยทีมเยาวชน และดูแลด้านการพัฒนาฟุตบอลโดยรวมด้วย
เมื่อเป็นดังนี้ และก็ได้เห็นรายงานข่าวคอนเฟิร์มจาก ESPN ที่ยังเสริมด้วยว่า รีดคือคนที่สมาคมฟุตบอลอังกฤษ “แนะนำ” ให้เรา
การมาของรีดจึงยิ่งน่าสนใจ และ “โชคดี” ในหลาย ๆ แง่ เฉพาะอย่างยิ่งในมุมที่ทีมชาติไทยของเราเพิ่งจะ “อกหัก” ตกรอบคัดเลือกบอลโลก 2010 แบบบอบช้ำด้วยความพ่ายแพ้ถึง 5 จาก 6 เกมที่ลงสนามที่ไม่ชนะเลย
พูดง่าย ๆ และหยาบ ๆ ก็คือ รีดไม่มีทางจะทำทีมชาติไทยได้ “แย่ลง” กว่าเดิม และเมื่อได้รับ “โอกาส” แบบยืนยันหนักแน่นชัดเจนจากนายกลูกหนังของเรา ผมจึงอยากดูเหลือเกินว่า รีดจะทำทีมได้ดีขนาดไหน? และจะทาบผลงานที่ปีเตอร์ วิธ อดีตโค้ชชาวอังกฤษเคยฝากทิ้งไว้หรือเปล่า?
โดยประเด็นของผมนั้นอยู่ที่:
1.ทีมชาติไทยมักจะชอบถูกคุมโดยโค้ชต่างชาติ เพราะนิสัยคนไทยยังเคารพฝรั่งมังค่ากันอยู่
2.รีดนั้นมี “ประสบการณ์” มากกว่าวิธมากมายหลายกระบุงโกย เพราะเคยคุมทีมระดับพรีเมียร์ลีก และเดอะ แชมเปี้ยนชิพ และก็ทำผลงานได้ดีมากมาแล้ว เฉพาะอย่างยิ่งกับแมนฯซิตี้ และซันเดอร์แลนด์
ฉะนั้น เมื่อวิธทำได้…รีดจะทำได้ขนาดไหน?
3.รีดนั้นขึ้นชื่อพอควรในเรื่องทำทีมสไตล์อังกฤษโบราณ หรือบอลโยนยาวอันจะเห็นได้จากยุคคุมซันเดอร์แลนด์ 7 ปีระหว่าง 1995 – 2002 ที่มีไนออล ควินน์ และเควิน ฟิลลิปส์ เป็นศูนย์หน้าคู่บุญ
ฉะนั้น เค้าจะปรับแท็คติกส์ได้ขนาดไหนกับทีมตัวเล็ก ๆ แบบบ้านเรา
4.รีดปัจจุบันนี้ห่างหายจากการเป็นกุนซือมา 3 ปีเศษหลังครั้งสุดท้ายกับโคเวนตรี้ ฉะนั้น “สนิม” จะเกาะเกรอะกรังขนาดไหนก็ไม่รู้
5.กุนซืออังกฤษจริง ๆ แล้วไม่ได้มีชื่อเสียงในแง่ “แท็คติกส์” และ “เทคนิค” แต่อาจเด่นในเรื่องวินัย และใจสู้ซึ่งไม่ใช่ “จุดแข็ง” และเป็นสไตล์ของนักบอลไทย
6.ค่าเหนื่อย…ที่ผมอยากจะเรียนถามว่า มีความจำเป็นขนาดนี้เลยหรือที่จะจ้างรีด และทีมงานมาทำทีมชาติไทยที่เราให้ทั้งบ้าน + รถตามสัญญา และค่าเหนื่อยที่ตามเรตผมคิดว่าทะลุ 7 หลักต่อเดือนแน่นอน แต่จะทะลุเท่าไหร่
โดยในพอยต์นี้ผมยังไม่ได้ยิน และไม่ทราบว่าคุณวรวีร์มีเจตนารมณ์จะ “เปิดเผย” ตัวเลขหรือเปล่า? เพราะที่ผ่านมาดูเงียบ ๆ แต่เพื่อความ “โปร่งใส” ผมคิดว่า สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยต้องเปิดเผยตัวเลขนี้ที่แน่นอนว่า “กระทบ” ต่อการนำเงินไปใช้บำรุง + พัฒนาฟุตบอลส่วนอื่น ๆ
ครับ เขียนถึงข้อ 6 (จริง ๆ แล้วมีอีกหลายข้อนะ) ผมก็คิดว่า ตัวเองเจอประเด็นหลักที่อยากนำเสนอในวันนี้แล้ว และก็ขอตั้งคำถามเลยว่า “เรามีการคิด และไตร่ตรองกันดีแล้วหรือที่จะนำเงินมหาศาลไปจ้างโค้ชฝรั่งระดับนี้?”
เราควรจะนำเงินล้านที่จะไปเป็นเงินเดือนรีดมาพัฒนาวงการฟุตบอลจะดีกว่าไหม?
ผมเองไม่ได้ “ปฏิเสธ” ไอเดียการนำโค้ชต่างชาติมาทำทีม หรือเกี่ยงเรื่องราคานะครับ เพราะของดีราคาถูกในโลกนี้หาได้ยาก…อันนี้ใคร ๆ ก็เข้าใจ
แต่บ้านเราต้องการคนระดับ “ปรมาจารย์” มาช่วยวางรากฐาน และพัฒนาวงการฟุตบอลโดยรวมมากกว่าจะหาคนพอมี “ชื่อเสียง” มาคุมทีมชาติสร้างภาพ และตั้งความฝันลม ๆ แล้ง ๆ กับคำว่า “บอลโลก” ทั้งที่ฟุตบอลตั้งแต่ “รากหญ้า” กระทั่งถึงลีก (กึ่ง) อาชีพสูงสุดของเรายังไปไม่ถึงไหน
ดังนั้นการจ้าง ปีเตอร์ รีด ต้องเปิดเผยเรื่องเงินออกมาว่าเท่าไหร่? เพื่อจะได้รู้กันทั้งชาติแบบแน่ชัดว่า เงินส่วนนี้ “เหมาะสม” หรือเปล่า?
หรือว่าสมาคมฟุตบอลฯได้เงิน “สนับสนุน” เข้ามาก็ต้องแจกแจงด้วย เพราะการแต่งตั้งครั้งนี้เป็นของชาติ ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่งนะครับ
———————————————-