-พิมพ์เขียวล่าสุดของพลาตินี่

หนังสือพิมพ์วันอาทิตย์ “ซันเดย์ เทเลกราฟ” ของอังกฤษสร้างปรากฏการณ์พอควรเมื่อวานนี้หลังได้ข่าวพิเศษเกี่ยวกับ “พิมพ์เขียว” เพื่อพัฒนา + เปลี่ยนแปลงวงการฟุตบอลล่าสุดของประธาน “ยูฟ่า” มิเชล พลาตินี่ มาเปิดเผยเพียง “สื่อเดียว”

ผมเช็ก “สื่ออื่น ๆ” ก็ปรากฏว่า “จริง” ตามที่เทเรกราฟได้เคลมเอาไว้ว่า นี่เป็นข่าวเอ๊กซ์คลูซีฟ เพราะไม่มีใครเล่นข่าวนี้ที่เนื้อหาใจความที่น่าสนใจที่สุดนั้นอยู่ที่การซื้อ/ขาย และโยกย้ายนักเตะอายุต่ำกว่า 18 ปีทั่วยุโรป

ขณะที่ประเด็นอื่น ๆ จาก 10 หน้ารายงานที่พลาตินี่ส่งให้ “อียู” หรือสหภาพยุโรปพิจารณาก็มีดังนี้:

1.ให้มีการระบุจำนวนนักเตะ home-grown ของแต่ละสโมสร หาใช่ปล่อยฟรีมีแต่ต่างชาติในทีม หรือมีเด็กปั้นน้อยเกินไปลงสนาม, 2.ให้จำกัดจำนวนนัดการถ่ายทอดสดฟุตบอลทางโทรทัศน์เพื่อกระตุ้นยอดผู้ชมในสนาม

3.มีการสร้างระบบลงโทษสโมสรที่จงใจบริหารเงินให้ “ติดหนี้” เพื่อเอาเงินกู้ยืมไปซื้อนักเตะ, 4.พัฒนากฎเกณฑ์สำหรับเอเยนต์นักเตะ และ 5.ส่งเสริมการศึกษาอาชีพที่สองให้เด็ก ๆ นักเตะในอเคดิมีเพื่อรองรับกรณีนักเตะไม่สามารถก้าวเป็นนักเตะอาชีพได้ในอนาคต

แต่ “ไฮไลต์” ของกฎที่ “รั่ว” สู่มือ “ซันเดย์ เทเลกราฟ” นั้นว่ากันว่าอยู่ที่การเตรียมคุ้มครอง และป้องกันไม่ให้นักเตะเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีย้ายทีมเร็วเกินไป

สาเหตุหลัก ๆ จากกรณีนี้มีอยู่ 2 ประการด้วยกัน: 1.หากเด็กอายุยังไม่ถึงเกณฑ์เลือกตั้งบ้านเราด้วยซ้ำถูกดึงตัวจากอเคดิมีบ้านเกิด หรือสถานที่ปั้นนักเตะนั้น ๆ เร็วเกินไป เฉพาะอย่างยิ่งถูกซื้อไปต่างประเทศ

ชีวิตเด็กจะไม่ง่ายเลยในการปรับตัว เพราะอย่าว่าแต่เด็กเลยครับ “ผู้ใหญ่” เองก็ยังแย่ในประเทศใหม่ วัฒนธรรมใหม่ที่กรณีนี้ไม่ใช่เรื่อง “ปรับตัว” ที่เด็กอาจปรับตัวดีกว่าผู้ใหญ่ แต่มันหมายถึงการห่างครอบครัวอย่างเร็ว, ขาดผู้ดูแลใกล้ชิด + ให้คำปรึกษา ฯลฯ

2.อเคดีมีที่ปั้นเด็กขึ้นมาแล้วต้องเสียนักเตะอย่างเร็วโดยได้เงิน “ชดเชย” น้อยนั้นจะมีกำลังใจสร้างผู้เล่นขนาดไหนในอนาคต หรือจะรู้สึกคุ้ม/ไม่คุ้มกับการลงทุนสร้าง + บริหารอเคดิมีขนาดไหนในเมื่อทุก ๆ วันจะมี “เอเยนต์” คอยด้อม ๆ มอง ๆ อยู่ข้างสนามซ้อม และพร้อมทุกเมื่อจะขโมยนักเตะของตัวเอง

ทว่า “ไอเดีย” นี้มันขัดกับ European Law หรือกฎหมายยุโรป 1 เดียวในเรื่อง “Freedom of movement” ที่แรงงานไม่ว่าจะช่างก่อสร้างเรื่อยไปจนถึงนายแพทย์รวมถึงนักฟุตบอลด้วยจะต้องมีอิสระในการโยกย้ายถิ่นฐาน และที่ทำงาน

เรียกได้ว่า หากมิเชล พลาตินี่ จะประสบความสำเร็จในการนำเสนอกฎเกณฑ์นี้ “อียู” จะต้องยอมทำความเข้าใจว่า “ฟุตบอล” มีธรรมชาติ และเป็นธุรกิจที่แตกต่างจากทุกธุรกิจอื่น ๆ หรือแตกต่างจาก any other walk of life หรือชีวิตมนุษย์อื่น ๆ 

ส่วนข้อ 1 นั้นซีซั่นนี้ 2008/09 จะเริ่มใช้แล้วใน “แชมเปี้ยนส์ ลีก” และ “ยูฟ่า คัพ” ที่แต่ละทีมต้องมี home – grown players 8 คนซึ่งแบ่งเป็นนักเตะปั้นเอง 4 คน และอีก 4 คนคือปั้นจากสโมสรที่ขึ้นตรงกับสมาคม/สหพันธ์ฟุตบอลเดียวกัน

ขณะที่ข้อ 2 – 5 จริง ๆ แล้วในอังกฤษมีการนำนโยบายเหล่านี้มาใช้หมดแล้ว แต่คาดว่าในลีกยุโรปอีกหลาย ๆ ลีกที่พัฒนาช้ากว่ายังไม่สามารถปฏิบัติได้สมบูรณ์นัก

เอาล่ะครับ “พิมพ์เขียว” 10 หน้านี้ของพลาตินี่ และ “ยูฟ่า” จะลงเอยอย่างไรคงต้องติดตามกันต่อไป ทว่าพูดได้คำเดียวครับว่า “ไม่ง่าย” ในการจะให้ “อียู” ตีความฟุตบอลให้แตกต่าง เฉพาะอย่างยิ่งกรณีการโยกย้ายของนักเตะอายุต่ำกว่า 18 ปี

                                                ———————-

ใส่ความเห็น