-มองสถานการณ์ “บิ๊กโฟร์” ณ.ปัจจุบัน

                เมื่อวานนี้ (ศุกร์ที่ 11 ก.ค. 2551) ผมได้กลับไปจัดรายการวิทยุคลื่น คิกออฟ เรดิโอ ทางเอฟเอ็ม 105 อีกครั้ง หรือก็คือเป็น ครั้งแรก ในรอบเดือนครึ่งนับจากก่อนไป และกลับจาก ยูโร 2008

                ก่อนหน้านั้นก็ได้ คัมแบ็ก รายการ คิกออฟ ออน ทีวี ด้วยเช่นกันอันทำให้กล่าวได้ว่า ผมกลับมาใช้ชีวิตเหมือนเดิมอีกครั้งอย่างสมบูรณ์นะครับ

                เนื้อหาหลักนอกจากจะ รีวิว เล็กน้อยถึงมหกรรมลูกหนังอันดับ 2 ของโลก ยูโร 2008 แล้ว อีกหัวข้อที่เลี่ยงจะไม่พูดไม่ได้ก็คือ การซื้อ/ขายนักเตะในฤดูกาลนี้ของ บิ๊กโฟร์ ผู้ดี: แมนฯยูฯ, เชลซี, อาร์เซนอล และลิเวอร์พูล     

                ผมยอมรับเลยว่า กลับมาเที่ยวนี้ และหลังได้ดำเนินรายการร่วมกับ ดีเจวาว จารุวัตน์ พริบไหว มาตั้งแต่ ม.ค.2550 โดยมี เว้นวรรค ไปบ้างไม่กี่เดือน เจ้าวาว มีมุมมองที่ คมมาก (ขึ้น)จนผมต้องขอปรบมือให้เลย เพราะมี 2-3 จุดเลยทีเดียวที่ผมแทบ จนแต้ม โดนต้อน แม้จะติ๊ดชึ่งหนีออกมาได้บ้างก็ตามในระหว่างดำเนินรายการ

                1.การพูดถึง เชลซี เรา 2 คนเห็นตรงกันว่า ทีมสิงโตน้ำเงินลอนดอน มี element ความสนใจอยู่มากกว่าใครตรงได้ หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี มาทำทีม

                ทิศทาง, อนาคต, สไตล์, นักเตะ 11 คนแรกจะเป็นอย่างไร? น่าจะเป็นสิ่งที่แฟนบอลทั่วโลกอยากจะรู้ แต่ผมก็ได้พูดไปในรายการแล้วว่า อย่าว่าแต่เรา ๆ ท่าน ๆ เลยที่ เดา ไม่ออก

                สโคลารีที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อวันอังคาร และคุมทีมซ้อมไม่กี่วันก็คงไม่ทราบ แม้จะทำ การบ้าน มาดีขนาดไหนก็ตามก็ยังไม่น่าจะเห็นหัวเห็นหางทีมของเค้ามากมายเช่นกัน

                จุดนี้ยังไม่นับอนาคตของนักเตะอย่าง แฟรงค์ แลมพาร์ด ที่อยู่เหนือความควบคุมของเค้า เพราะฝ่ายบริหารต้องไปทำหน้าที่เจรจาเรื่อง ค่าเหนื่อย และอื่น ๆ ก่อนที่สัญญาของแลมพ์จะหมดสิ้นฤดูกาลที่จะถึงนี้

                นักเตะใหม่ 2 คนก็น่าจะสนใจ เพราะทั้งโบซิงวา และเดโก้ เป็นโปรตุเกสในทีมที่มีโปรตุกีสอยู่แล้ว 2 คน: แฟร์ไรร่า และคาร์วัลโญ่

                หรือสโคลารีจะรับมือกับความกดดันจากการ ล้วงลูก ของอากู๋ โรมัน อบราโมวิช หรือสื่อผู้ดีที่ชอบข่าว ส่วนตัว ได้ขนาดไหน

                จังหวะนี้ผมจึงยกให้ เชลซีมาอันดับ 1 ในแง่ความน่าสนใจ

                2.ต้องยกให้อาร์เซนอล และก็ต้องชม เจ้าวาว ด้วยที่มองละเอียดขนาดคิดว่า การจะเสีย อเล็กซานเดอร์ คเล็บ หรืออาเดบายอร์ หรือก่อนหน้านี้ฟลามินี่ ไม่น่าจะมีผล

                เพราะนักเตะอย่าง โรซิคสกี้ เจ็บตลอดปีก่อนน่าจะแทนคเล็บได้ หรือหากขายอาเดบายอร์ได้ 20 ล้านปอนด์โดยประมาณจริง ตัวแทนก็น่าจะหาได้เฉพาะอย่างยิ่งผู้เล่นอย่าง โรเก้ ซานตา ครูซ หรือซาเมียร์ นาสรี้ ที่ได้ตัวมาแล้ว

                สุดท้ายคือตัวแทนฟลามินี่ที่ เจ้าเก่า อย่าง จิลแบร์โต้ก็ไม่น่าเกลียด และยังอยู่ หรือดาวรุ่งบราซิลเช่นกันอย่าง เดนิลสันก็ not bad

                 ตัวแหน่งอื่น ๆ ก็พอไหว และไม่ได้ด้อยไปกว่าเดิม ดังนั้นอาร์เซนอลจึงยังเป็นทีมที่อันตรายอยู่

                ทว่า…ประเด็นของผมก็คือ ทีมปืนโตจะทำทีม + ปั้นนักเตะแล้วขาย แล้วขาย แบบนี้อีกนานแค่ไหน?

                เพราะแทนที่จะได้ ต่อยอด ด้วยการซื้อผู้เล่นประสบการณ์ 2-4 คนจากทีมซีซั่นที่ผ่านมาที่ได้ลุ้นแชมป์ยาวนานเกือบโค้งสุดท้าย

                อาร์เซน เวนเกอร์ จะต้องมาเหนื่อยสร้างนักเตะ และทีมแบบนี้ตลอดปี ตลอดชาติ หรือตลอดไปหรือ!?

                3.ลิเวอร์พูล กับการซื้อนักเตะระดับแค่ดอสเซน่า และเดกเกน ซึ่งเป็น 2 ฟูลแบ็กไม่ติดทีมชาติอิตาลี และไม่ติดตัวจริงสวิส คือ ทีมที่มีความน่าสนใจในลำดับถัดมา

                นั่นคือ ราฟาเอล เบนิเตซ จะไม่สามารถทำทีมหลุดวงโคจรแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างเร็วแค่ปีใหม่ได้อีกแล้วในซีซั่นที่ 5 ของเขา

                ลิเวอร์พูลต้องเล่นด้วย ทัศนคติ เหมือนท้ายซีซั่นก่อนที่แพ้แค่แมนฯยูฯ ในลีก และเชลซีในแชมเปี้ยนส์ ลีก เท่านั้น

                ขณะที่เดียวกันก็น่าสนใจว่า การขายปีเตอร์ เคราช์ จะได้ใครมาแทนในเมื่อ ราฟา ประกาศว่า จะไม่ใช่ดาวิด บีญ่า ดังที่เป็นข่าวในตอนแรก

                ในรายการเราได้คุยกันถึง ร็อบบี้ คีน นักเตะระดับ 12 ล้านปอนด์ที่ประสบการณ์เพียบ และสไตล์หลากหลายที่น่าจะเหมาะมาก ๆ

                แต่ผมก็ได้ติงเรื่อง แรงจูงใจ ของคีนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากกว่าอายุ และเป็นนักเตะในลักษณะที่เคยย้ายมาลิเวอร์พูลแล้วดับ เพราะเป็นประเภทเด่นกับทีมรอง แต่ไปไม่เป็นในทีมใหญ่

                ดังนั้น หากตอร์เรส, เจอร์ราร์ด, คาราเกอร์ ไม่เจ็บ และ ราฟา ไม่บ้าโรเตชั่นเหมือนเดิม ลิเวอร์พูลก็จะมีสิทธิ์ หาไม่แล้วก็ต้องแห้วเหมือนเดิมเพราะ ศักยภาพ ทีมสำรองยังเป็นรอง

                4.แมนฯยูฯนั้นไม่น่าสนใจ เพราะไม่มีข่าวกับใคร แม้ เฟอร์กี้ จะประกาศแล้วว่าจะไม่เอาใครก็ตาม หรืออาจซื้อแค่ 1 ตัวซึ่งเดาได้ว่าจะเป็นกองหน้าตัวเป้า

                อย่างไรก็ดี แมนฯยูฯกลับตกเป็นข่าวเฉพาะ โรนัลโด้ที่ประเด็นใหญ่โต และขจรขจายไปถึงประธานฟีฟ่า เซปป์ แบลตเตอร์ ที่สุดท้ายแล้วเป็นแค่เรื่อง เงิน ตัวเดียวที่ยังตกลงกันไม่ได้

                หากแมนฯยูฯขายสัก 50 ล้านปอนด์ ผมว่า ดีล จบไปนานแล้ว แต่ทีมปิศาจแดงน่าจะกำลังโก่งให้ได้มากกว่านั้นเช่น 70 ล้านปอนด์ หรือ 50 ล้านปอนด์บวกด้วยนักเตะระดับโรบินโญ่ หรือชไนเดอร์

                อย่างไรก็ดีครับ การเปลี่ยนแปลงที่น้อยนี่แหละดี เพราะมันยังทำให้แมนฯยูฯเป็น เต็งหนึ่ง และอันตราย + ดีที่สุดอยู่

                ขณะที่โรนัลโด้นั้น หากไม่ได้ราคาก็ไม่ขาย และยังโอเค เพราะ โด้จิ๋ว ก็ไม่เคยพูดว่าจะไปทีมโน้นทีมนี้ ทว่ารับปากเพียงแค่อนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอนเท่านั้น และเมื่อถึงเวลาโรนัลโด้ก็จะสามารถ พลิกลิ้น ได้ทันทีแบบไม่น่าเกลียด และก็ไม่มีแคร์ด้วย เพราะหมอนี่คือ นักเตะที่สำคัญจริง ๆ ต่อทีม

                สุดท้ายคือ วันนี้จะเป็นวันเริ่มต้นโปรแกรมอุ่นเครื่องของทีมจากพรีเมียร์ลีกกันแล้ว ยังไงก็ติดตามโปรแกรมได้จาก คิกออฟ ของเรา ขณะที่วิเคราะห์ + อัพเดทความเคลื่อนไหว ผมจะเก็บมาฝากเรื่อย ๆ นะครับ

                                                                                ——————————–

 

 

มีการตอบกลับหนึ่งครั้ง

  1. ไม่รู้จะออกความเห็นอะไรกับทีมโปรด(ปืนโต)
    บรรยายความรู้สึกออกมาเป็นเสียงได้ว่า
    เฮ้อออออออออ

ใส่ความเห็น