พอ ๆ กับการอยากให้ซีซั่นใหม่เปิดเร็ว ๆ ผมเองอยากเห็น “ดีล” ซื้อ/ขายหลาย ๆ ดีลเสร็จสิ้นสมบูรณ์โดยเร็วที่สุดเช่นกัน เพราะต้องการติดตามสิ่งที่จะ “โดมิโน” ตามมามากมาย
ครับ หลายสโมสรพรีเมียร์ลีกตอนนี้กำลังรอปิดดีลนักเตะสำคัญของตัวเองเพื่อเอาเงินจำนวนนั้นไปซื้อนักเตะมาแทนที่ (น่าจะมากกว่า 1 คน) อันจะเหมือนการกระตุ้น “ตลาดนักเตะ” โดยรวมทั้งหมด
เพราะ “เม็ดเงิน” จะถูกกระจายไปทั่วตลาดตั้งแต่บนลงล่าง
โดยนักเตะที่ผมจับตามานาน และรอจนเซ็งแล้วก็คือ แกเร็ธ แบร์รี ที่ยื้อฉุดกระชากลากถูระหว่างหงส์แดง ลิเวอร์พูล กับต้นสังกัด แอสตัน วิลล่า มาตั้งแต่ยังไม่จบซีซั่นที่แล้ว
งานนี้ ประเด็นนั้นอยู่แค่ว่า ใครจะ “อดทน” ได้มากกว่ากัน และล่าสุด มาร์ติน โอนีล ก็สอยนักเตะมีระดับค่าตัวหลายล้านปอนด์อย่าง สตีฟ ซิดเวลล์ และเคอร์ติส เดวีส์ มาก่อนแบบรอไม่ได้แล้ว
แต่ความสนใจก็ยังมีต่อไปว่า หากขายแบร์รีได้ตาม range ราคาที่ตั้งไว้ประมาณ 18 ล้านปอนด์ มาร์ติน โอนีล คงได้ช็อปแบบอลหม่านโดยเฉพาะตำแหน่งผู้รักษาประตู: สกอตต์ คาร์สัน, พอล โรบินสัน หรือแบรด กูซาน ก่อนตลาดจะปิดวันที่ 31 ส.ค. 2008 แน่ ๆ
การซื้อของโอนีลยังจะทำให้เม็ดเงินตกสู่สโมสรอื่น และสโมสรเหล่านั้นก็อาจจะกำลังรอเงินก้อนอยู่เพื่อจะเอาไปจับจ่ายใช้สอยต่อไป
อีกทีมที่น่าสนใจก็คือ อาร์เซนอล กับการยื้อนักเตะอย่าง อาเดบายอร์ และอเล็กซานเดอร์ คเล็บ ที่รายแรกข่าวแว่วมาขนาดว่า ปืนโตใส่พานขายแล้ว และยอมลดราคาลงครึ่งหนึ่งให้สมเหตุสมผลจนน่าจะจบกันได้ที่ราว ๆ 15 ล้านปอนด์
คเล็บก็เช่นเดียวกัน และหากทำสำเร็จตามนโยบาย “ขายก่อนซื้อ” ที่กุนซืออาร์เซน เวนเกอร์ เองก็ยอมรับ เพราะต้องผ่อนค่าสนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ปีละ 24 ล้านปอนด์จนอาร์เซนอลกลายเป็น Selling club ไปแล้ว เวนเกอร์ก็คงได้เงินไปจับจ่ายนักเตะมาเสริม 30-40 ล้านปอนด์เลยทีเดียว
โดยนอกเหนือจาก รูเบน เดอ ลา เรด, คลาส-แยน ฮุนเตลาร์, โรเก้ ซานตา ครูซ ที่เคยตกเป็นข่าวแล้ว ล่าสุดอังเดร อาร์ชาวิน ก็ทำท่าทำทางจะมาที่นี่เหมือนกันหลังราคา “ถูกโก่ง” ซะจนผู้สนใจเริ่มจะเมิน + ขยาด
ถัดจากวิลล่า และอาร์เซนอลก็เห็นจะเป็น แบล็คเบิร์นที่ล่อแหลมเป็นอย่างยิ่งกับการเสียสตาร์ของทีมอย่าง เดวิด เบนท์ลีย์ ที่พร้อมขายหากได้ราคาสัก 15 ล้านปอนด์ และตอนนี้สเปอร์สที่มีเงินถุงเงินถังก็เตรียมซื้ออยู่ เฉพาะอย่างยิ่งหากขายดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ให้แมนฯยูฯได้จริง ๆ
นอกเหนือจากเบนท์ลีย์แล้ว โรเก้ ซานตา ครูซ ก็คือ “ตัวแปร” ที่หลายสโมสรสนใจ หากสโมสรเหล่านั้น อาทิ อาร์เซนอล, สเปอร์ส ต้องเสียกองหน้าตัวหลักไป หรือแมนฯซิตี้ที่มาร์ก ฮิวจ์ส แอบเล็งเด็กกุหลาบไว้ reunion ก็หลายคน
นายทวารของทีมกุหลาบไฟ แบรด ฟรีเดล ก็ถูกจีบจากหลายสโมสรเช่นกันอันทำให้งานใหม่ของ พอล อินซ์ ไม่ง่ายเลย และเมื่อเห็นรายชื่อ “ตัวแทน” อย่าง เจมส์ แม็คฟาดเดน และเซบ ลาร์สสัน แล้ว ยังไง ๆ อินซ์ก็ต้องซื้อมากกว่านั้น และซื้อดีกว่าแค่ 2 คนข้างต้นเพื่อรักษาความสำเร็จของทีมต่อไป และก็เพื่อ “เอาใจ” แฟน ๆ
แต่อย่างไรก็ดี หากแบล็คเบิร์นไม่เสียใคร พวกเค้าก็จะไม่เดือดร้อนมากเหมือนในตอนนี้ที่ยังไม่ได้ซื้อใครเข้ามาอย่างเป็นทางการ และก็ไม่ได้เสียใครแบบจริงจังนอกจาก สเตฟาน อองโชซ ที่ไม่จำเป็นต้องนับเพราะหมดสัญญา
…ขณะที่ “ดีล” ซึ่งจบสมบูรณ์ไปแล้วนั้น คุณผู้อ่านน่าจะจับประเด็นได้เช่นเดียวกันกับผมว่า ณ.เวลาปัจจุบันนี้มีเพียงไม่กี่ทีมเท่านั้นในพรีเมียร์ลีกที่สามารถ “ควัก” ได้โดยไม่ต้องคิด
ทั้งเดโก้ และโจเซ่ โบซิงวา ถูกซื้อเข้ามาด้วยค่าตัวรวมกัน 24 ล้านปอนด์ก่อนที่จะมีการขายคนอื่น ๆ ออกไปโดยยังไม่นับการเซ็นสัญญาราคาแพงซื้อกุนซือ หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ มาร่วมทีม
สเปอร์สก็น่าสนใจ เพราะก็เป็นอีกทีมที่มี “กำลังซื้อ” ได้สูงจนน่าตกใจแถมยังซื้อได้น่าตื่นตาตื่นใจอีกต่างหากไม่ว่าจะเป็น ลูก้า โมดริช, โจวานนี่ โดส ซานโตส หรือนายทวารโกเมซ จากพีเอสวี
ปอร์ตสมัธ ของแฮร์รี เรดแนปป์ ก็เป็นอีกสโมสรที่น่าชมเชยในแง่ที่สามารถเก็บนักเตะหลักตัวเองเอาไว้ได้หมด แถมยังรักษาความสงบได้อย่างเงียบเชียบก่อนจะย่องไปดอดยืมตัว เบน ซาฮาร์ ปีกจรวดมาจากเชลซี และสอยปีเตอร์ เคราช์ มาถึง 11 ล้านปอนด์
ดังนั้นแชมป์ เอฟเอ คัพ 2008 จึงเป็นทีมที่ “ต่อยอด” ความสำเร็จจากปีก่อน และเป็นทีมที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน
นอกจากนี้แล้ว ผมมองว่า การจะซื้อ/จะขายของแต่ละทีมแต่สโมสรไม่ได้เกิดขึ้นกันง่าย ๆ เลย ดังจะเห็นได้ว่า มีเพียง โยฮัน เอลมานเดอร์ ที่ย้ายจากตูลูสสู่โบลตันด้วยราคา 10 ล้านปอนด์เท่านั้นที่เป็นนักเตะค่าตัว 2 หลัก และย้ายไปทีมนอก “บิ๊กโฟร์” หรือทีมนอกกลุ่มลุ้นไปเตะบอลยุโรปด้วยซ้ำ
แต่การมาของเอลมานเดอร์ และมิดฟิลด์ดาวรุ่ง ฟาบริซ มูอัมบา จากเบอร์มิงแฮมสู่โบลตันนั้นเกิดจาก “เหตุ” ที่เดอะ ทร็อตเตอร์ส ขายนิโคลาส์ อเนลก้า 15 ล้านปอนด์ให้เชลซีตั้งแต่เดือนมกราคมมาแล้ว
ฉะนั้น การจะซื้อจึงต้องรอไอ้ที่ “จะขาย” ให้สำเร็จไปก่อน หรือไม่ก็ต้องสอย “ของฟรี” อย่างที่ฟูแล่มได้ โซลตัน เกร่า, มาร์ก ชวาร์เซอร์ นั่นแหละครับ
ที่น่าสนใจคือ ทีม “น้องใหม่” 3 ทีมไม่ว่าจะฮัลล์, สโต๊ค หรือเวสต์บรอมฯ ต่างมีการขยับตัวกันน้อยมาก โดยมีแค่ ลุค มัวร์ (วิลล่า ไปเวสต์บรอมฯ) และจอร์จ บัวเต็ง (โบโร่ ไปฮัลล์) + โจวานนี่ (ซิตี้ ไปฮัลล์) ที่ดูเป็น “บิ๊กดีล” ของบรรดาทีมน้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์เท่านั้น
งานนี้ ณ.กลางเดือน ก.ค.แบบนี้ ผมมองว่า เรา ๆ ท่าน ๆ คงต้องรอให้ “ดีลใหญ่” ที่คาราคาซังของบิ๊กทีมข้างต้นลุล่วงกันก่อน ตลาดโดยรวมจึงจะขยับได้นะครับ
—————————————–