-เปิดตัว “Mr.So So” สโคลารี

                                    เปิดตัว Mr. So So สโคลารี

                ผมตั้งข้อสังเกต และสงสัยไว้ในใจเหมือนกับ สื่อผู้ดี ก่อนการประกาศเปิดตัว หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี กุนซือคนใหม่เชลซีว่า กุนซือบราซิลรายนี้จะมีความสามารถเรื่องการใช้ภาษาอังกฤษ หรือ Command of English ขนาดไหน?

                เรื่อง ฟุตบอลในสนามนั้นคงไม่มีใครกล้าสงสัยกุนซือดีกรี แชมป์โลก 2002” กับบราซิล และพาโปรตุเกสเข้าชิงชนะเลิศ ยูโร 2004 และตัดเชือก บอลโลก 2006(ไม่นับอีก 16 โทรฟียิบย่อยอื่น ๆ) เป็นแน่

                ดังนั้นเมื่อสโคลารีได้ฤกษ์เปิดตัวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา นอกจาก คำตอบ เรื่องทิศทาง + อนาคตสโมสรพ่วงถึงนักเตะในแผนงานของเค้าแล้ว…เรื่อง ภาษาอังกฤษ นี่แหละคืออีกสิ่งที่สื่อมวลชนผู้ดีแอบลุ้นคำตอบอยู่ในใจ

                ประเด็นนี้ คุณฟิล แม็คนัลตี้ จากเว็ปไซต์ บีบีซี นั้นให้ สอบผ่านสบาย เพราะทุกคำถามนอกจากจะได้คำตอบเป็นภาษาอังกฤษแบบชัดเจน และไม่วกวนแล้ว ทุกคำถามยังถูกตอบแทบจะทันทีอีกด้วย

                ยกเว้นคำถามเกี่ยวกับ คริสติอาโน่ โรนัลโด้ ที่สโคลารีต้องหันไปพึ่ง ล่ามสาว เพื่อความแน่ใจก่อนจะตอบว่า ไม่ได้ยุยง หรือพูดสนับสนุนให้ โด้จิ๋ว ย้ายไปเรอัล มาดริด อย่างที่ตกเป็นข่าวตอน ยูโร 2008 แต่อย่างใด

                ชัดเจนนะครับว่า สิ่งที่เราได้ยินได้ฟังบ้างครั้งคือการ เต้าข่าว จากนักข่าวนั่นเองเหมือนที่ล่าสุด อเล็กซานเดอร์ ฮเล็บ ก็ออกมายืนยันว่า ไม่เคยพูดใส่ร้ายป้ายสี หรือมีปัญหากับอาร์เซน เวนเกอร์ และเชสก์ ฟาเบรกาส อย่างที่เป็นข่าว

                ขณะที่สื่ออื่นอย่าง หนังสือพิมพ์ เดลี เทเรกราฟ หรือเดอะ การ์เดี้ยน ต่างก็แปลกใจที่ได้ยินได้ฟัง สโคลารีพูดภาษาอังกฤษต่อหน้ามวลชนเป็นครั้งแรก

                และเมื่อได้ฟังคลิปวีดีโอการแถลงข่าวของ บิ๊กฟิล แล้ว ผมก็รู้สึกได้ว่า กุนซือบราซิเลียนรายนี้สื่อสารได้ดีกว่า ฟาบิโอ คาเปลโล่ กุนซือทีมชาติอังกฤษในช่วงเปิดตัวซะอีก

                แต่กับเกมฟุตบอล การพูดภาษาท้องถิ่นได้ถือเป็น โบนัส สำคัญ ทว่ามันก็ไม่ใช่ ที่สุด ในการจะตัดสินว่า ใครจะประสบความสำเร็จ หรือล้มเหลวในหน้าที่ เพราะฟุตบอลคือ ภาษาสากล และจะด้วยวิธีใดก็แล้วแต่…ขอเพียงการ สื่อสาร ไม่ตกหล่น ทุกอย่างก็จบ

                เหมือนครั้งหนึ่งผมเคยตามไปดูทีมชาติไทยของเรานี่แหละซ้อมที่สนามซ้อมสโมสรลิเวอร์พูลโดย ปีเตอร์ วิธ โค้ชชาวอังกฤษเมื่อหลายปีก่อน

                ทุกครั้ง จากทุกสถานีการฝึก หากปีเตอร์ วิธ แค่พูดว่า Readyหรือ พร้อม? นักเตะไทยจะออกตัวจากแป้นสตาร์ตทันทีทั้งที่จริง ๆ แล้ว “Ready” นั้นจะประมาณว่า พร้อม + ระวัง

                แต่ยังไม่ให้ Go หรือออกตัวเริ่มต้น ขณะที่ล่ามของเราที่เป็นอดีตนักเตะ และผมขอไม่ออกชื่อก็แล้วกันก็แปลได้ไม่ค่อยจะ ลึกซึ้ง” ตรงเป้ากับสิ่งที่ปีเตอร์ วิธ พูดสักเท่าไหร่

                ทว่ากับผลงานแชมป์ทุกรายการในย่านอาเซียน และอันดับ 4 เอเชีย ทุกท่านคงปฏิเสธไม่ได้ว่า การสื่อสารของทีมชุดนั้นไม่บกพร่อง

                อย่างไรก็ดี ผมขอให้ทุกอย่างเป็นมืออาชีพมากกว่านั้นในยุค ปีเตอร์ รีด ก็แล้วกัน เพราะบางครั้งนะครับ ภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษาหลักของโลกก็จริง และใคร ๆ ก็พูดได้ก็จริง

                แต่เมื่อมาอยู่ใน เนื้อหา ของฟุตบอล มันจำเป็นต้องได้คนที่เข้าใจเกม + มี Command ของภาษาระดับหนึ่งเหมือนกัน…หาใช่เก่งแค่ด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น

               

 

…วกมาที่เชลซีกันต่อ ส่วนตัวผมเองยัง สงสัย มากกว่าว่าสโคลารีมีมุมมองในเรื่องความเป็นส่วนตัว ณ.เวลาปัจจุบันอย่างไร?

                เพราะต้องไม่ลืมนะครับว่า ตอนเค้าปฏิเสธคุมทีมชาติอังกฤษ เหตุผล ก็เป็นเพราะไม่อยากจะทนกับการเปิดประตูบ้านแล้วเจอมีเดียมะรุมมะตุ้มทุกเมื่อเชื่อวัน

                แต่จากรายงานโดย เดลี เทเรกราฟ ที่แจ้งว่า สื่อมวลชนมากันเต็มพิกัดจากทั่วโลกในการเปิดตัวครั้งนี้เป็นร้อย ๆ คนทั้งช่างภาพ, ผู้สื่อข่าว, ตากล้องทีวี ฯลฯ

                ฉะนั้นจึงมโนภาพได้เลยว่า สโคลารีจะต้องเจอการ ติดตาม เจาะข่าวแบบไม่เป็นส่วนตัวไม่น้อยกว่าหากเค้าตอบรับการเป็นกุนซือทีมชาติผู้ดีแน่ ๆ

                เรื่องนี้ผมโทษ ระบบคัดตัว กุนซือของสมาคมฟุตบอลอังกฤษในตอนนั้นที่ เร่งรัด มากเกินไป และจะเอาให้ได้ก่อน บิ๊กฟิล จะหมดสัญญาตอนซัมเมอร์กับทีมชาติโปรตุเกส

                แต่กับครั้งนี้ที่ข่าวหลุดออกมาก่อนเกมโปรตุเกสปะทะแข้งเยอรมันในศึก ยูโร 2008 ว่า กุนซือวัย 59 ปีจะมาคุมทีมเชลซี ผมก็ยังโนไอเดียอยู่ และยังไม่มีใครไขปริศนานี้ได้นอกเสียจาก 3 ปาร์ตี้: บิ๊กฟิล, สหพันธ์ลูกหนังโปรตุเกส และเชลซี

                ทว่าก็เข้าใจได้ดีว่า เวลากับทีมชาติโปรตุเกสนั้นหมดแล้ว และ เงิน ทีได้รับจากเชลซีก็สูงจนใครก็ทาบไม่ได้ และดีลต้องรีบปิดอย่างเร็ว และก็ต้องตามใจนายจ้างใหม่

                นอกจากนี้ในการเปิดตัวก็ยังมีประเด็น แฟรงค์ แลมพาร์ด, ดิดิเยร์ ดร็อกบา จะอยู่หรือไป? เดโก้ จะเล่นคู่แลมพ์ได้ไหม?

                จอห์น เทอร์รี่ ยังคงเป็นกัปตันทีมต่อไป, ระบบการเล่น และปรัชญาการเล่น ฯลฯ และ ฯลฯ

                ต่าง ๆ ข้างต้น คือ แพ็คคำถามที่สโคลารี่ได้ตอบในวันเดียวในวันเปิดตัวที่เสมือนช่วงโปรโมชั่น…ใครถามอะไรก็ตอบ

                แต่ต่อ ๆ ไป ผมเชื่อว่าจะไม่เป็นเช่นนั้นกับการทำทีมที่มีความกดดันทั้งใน และนอกสนามเรื่อยขึ้นไปถึงฝ่ายบริหารที่เรา ๆ ท่าน ๆ คงได้เห็น สีสัน จากยอดกุนซือรายนี้มากกว่า ลีลา โดดเด่นข้างสนามอย่างแน่นอน

                ทว่าที่สุดแล้ว การ Recruit ได้สโคลารีเข้ามาถือเป็นผลประโยชน์อย่างยิ่งของพรีเมียร์ลีก เพราะเค้าต้องเป็นมากกว่า Mr. So So หรือชายธรรมดา ๆ คนหนึ่งแน่ ๆ ครับ

                                             ————–

 

ใส่ความเห็น