-การทำข่าวในยุโรปที่ถูกที่สุดในประวัติศาสตร์

         

                เรียบร้อยโรงเรียน ออสเตรีย ไปแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาสำหรับผม และ โดโด้ ลูกแม่กิ่ง ที่ถือฤกษ์งามยามดี 23 พ.ค. 2008 เป็นวันเดินทางไปขอ วีซ่า เข้าประเทศออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อไปทำข่าว ยูโร 2008 ในเดือนหน้า

                ก่อนเดินทางไป ผมยอมรับว่า กลุ้ม อก + ใจพอประมาณ เฉพาะอย่างยิ่งช่วง 2 สัปดาห์ก่อนที่เอกสารต่าง ๆ ยังรวบรวมไม่ครบ

                แต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมกลั้นใจยกหูโทรศัพท์ไปหาสถานทูตออสเตรีย ซอย สาทร 1 และได้คำตอบที่ทำให้หายกลุ้มอย่างยิ่ง:

                หากได้รับการรับรองให้ไปทำข่าวอย่างเป็นทางการจากยูฟ่า การขอวีซ่าคงไม่มีปัญหาใด ๆ และจะใช้เวลาประมาณ 3-4 วัน

                Phewwwww…เป่าปากเลยครับ เพราะข้อมูลที่ ยูฟ่า แนะนำมานั้น ทางองค์กรลูกหนังอันดับหนึ่งของยุโรปบอกว่า นักข่าวควรไปทำเรื่องประมาณ 4 สัปดาห์ก่อนเดินทาง

                ก็นั่งรถไฟใต้ดินไปลงสถานีลุมพินี และถึงประมาณ 10 โมงเช้า และได้บัตรคิวลำดับที่ 29 และ 30 โดยมีคุณพี่ รปภ.ที่เก่งกาจรู้งาน เพราะทำหน้าที่จดชื่อผู้เดินทางมา, สอบถามความจำนงของการมา, แจกบัตรคิว และแบบฟอร์มการขอวีซ่าให้เสร็จสรรพ

                เรารอกันจนใกล้เที่ยงก็ถึงคิวของเราที่คุณพี่เจ้าหน้าที่ผู้หญิงชาวไทยช่อง 1 เชิญให้ทำเรื่องพร้อมกันเลย 2 คน และผ่านฉลุยแบบเบิร์ด ๆ โดยมีแค่คำถามเดียวว่า เป็นนักข่าวไปทำข่าวยูโรเหรอคะ

                ส่วนหนึ่งของความสะดวกสบายนั้นเป็นเพราะ หลักฐาน ที่พร้อมของเราด้วยไม่ว่าจะเป็น 1.ตั๋วเครื่องบินไป/กลับ, 2.จดหมายรับรองจากบริษัทฐานเศรษฐกิจ จำกัด, 3.สเตทเมนต์รับรองฐานะการเงินระหว่างเดินทางจากบริษัท, 4.หลักฐานที่พักที่ออสเตรีย, 5.จดหมายรับรองจาก ยูฟ่า, 6.หลักฐานการทำประกันการเดินทาง, 7.รูปถ่าย 2 นิ้ว 2 ใบพร้อมใบสมัคร

                พอเสร็จแล้วเราก็ได้รับบัตรนัดให้มารับพาสปอร์ต + วีซ่า ในวันที่ 28 พ.ค.อันเป็นวัน เดดไลน์ ประกาศชื่อ 23 ผู้เล่นจาก 16 ทีมสุดท้าย ยูโร 2008 พอดี (พยายามโยงเข้าเรื่องหน่อย) และคราวนี้เราให้คนอื่นมารับแทนได้ด้วย

                หวู…ไม่ต้องตื่นเช้าอีกแย้ว!!!

                สำหรับ ไฮไลต์ ของการมาขอวีซ่าครั้งนี้ก็คือ ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ครับ

                ถูกต้องแล้วครับ ทุกท่านฟังไม่ผิดแน่ ๆ เพราะค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าที่หากเป็น Multiple หรือเข้า/ออกหลายครั้งระหว่างชาติในกลุ่ม Schengen ราคา 3,010 บาทนั้น ทางสถานทูตออสเตรียไม่คิดพวกเราครับ

                ดังนั้น คีย์ ในคอลัมน์ ไข่มุกดำ’ s EURO 2008 วันนี้จึงอยู่ที่คำว่า ฟรี และวันที่ 28 พ.ค. 2008 อันเป็นวันสุดท้ายของการตัดตัวผู้เล่นของทุกชาติครับ

 

 

 

                …ยอมรับจากหัวใจพร้อม โดโด้ เลยนะครับว่า ช็อก! ตอนได้ยินคุณพี่ผู้หญิงบอกว่า ฟรี เพราะก่อนหน้านั้นตอนพี่เค้าตรวจเอกสาร เรา 2 คนรวมเงินกันได้ 6,019 บาท หรือขาดไป 1 บาทหาไม่แล้วผมต้องแตกแบงค์ 500 ในกระเป๋า และโด้ก็ต้องแตกแบงค์ใหญ่เช่นกัน

                เราจึงมีความคิดจะ ขอตังค์ 1 บาท คุณพี่เจ้าหน้าที่ที่หลังจากเราพี่เค้ายังไม่ยอมพักเที่ยง แต่ยังเลือกรับงานตกค้างอีก 2-3 เจ้าให้หมดทีเดียวที่หากเป็นเมืองนอกรับรองครับว่า คิวเดียว ก็ต้องรอหลังพักเที่ยงแล้ว…สปิริตสูงจริง ๆ ^_^

                สุดท้ายเกี่ยวกับการขอวีซ่าก็คือ เหตุผล ที่ต้องมาสถานทูตออสเตรียก็เพราะ ยูฟ่า ระบุ และขอให้มา เพราะสวิสไม่ได้อยู่ในกลุ่มประเทศ Schengen

                จุดนี้ทำให้ผมเดาเอาว่า ยูฟ่า เลยตัดสินใจประสานงานทีเดียวกับออสเตรียเพื่อออกวีซ่าพิเศษชี่อ EURO 2008 visas ให้นักข่าว และทุกท่านที่สนใจจะเดินทางไปทั้ง 2 ประเทศเจ้าภาพเพื่องานฟุตบอลทัวร์นาเมนท์นี้โดยเฉพาะ

                ยูฟ่า ถึงกับเขียนว่า หากท่านไปสถานทูตสวิสแล้วเจ้าหน้าที่ทราบ เหตุผล และ ความจำนง ว่าท่านจะไปเพราะ ยูโร 2008 ท่านจะถูก refer ให้มาขอวีซ่าที่สถานทูตออสเตรียแทน…สุดยอดจริง ๆ

                โดยค่าธรรมเนียมวีซ่าสำหรับนักข่าวนั้น ฟรี ซึ่งก็เป็น ฟรีอันดับแรกที่เราเจอ และจะต้องเจอของฟรีดี ๆ สำหรับนักข่าวอีกหลายอย่างนะครับ อาทิ

                1.การต่ออินเตอร์เน็ต: ที่ครั้งนี้จะเป็น ครั้งแรก ในประวัติศาสตร์ที่ทุกอย่างจะฟรีไล่จากบริเวณที่ทำงานนักข่าว หรือ Stadium Media Centre (SMC) 8 สนามที่จะมี อินเตอร์เน็ตไร้สายไว้คอยบริการ

                ขณะที่ในสนามส่วนที่นั่งทำงานนักข่าว (Media tribunes) หรือบริเวณที่จัดไว้ให้ช่างภาพถ่ายรูปจากข้างสนามจะมี เคเบิ้ล ให้ต่อเน็ต

                อย่างไรก็ดี การส่งงานจะไม่อนุญาตให้ส่งไฟล์ใหญ่ เช่น ไฟล์ภาพเคลื่อนไหว แต่โอเคไม่มีปัญหาแน่นอนสำหรับภาพ และเนื้อข่าวธรรมดา ๆ

                2.การเดินทาง: ครั้งนี้จะเป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์ถัดจาก บอลโลก 2006 นะครับที่นักข่าว และเจ้าหน้าที่จะเดินทางได้ฟรีผ่าน พับพลิคทรานสปอร์ต เรือไฟ, เรือเมล์ ทุกชนิดกับที่นั่งโดยสารชั้น เฟิร์สตคลาส

                แต่ข้อแม้ก็คือ จะต้องโชว์บัตรห้อยคอที่ผมชอบเรียกว่า บัตรเบ่ง หรือบัตรอภิสิทธิ์ (Accreditation) และจะใช้ได้ถึงวันที่ 30 มิ.ย.2008 หรือ 1 วันหลังนัดไฟนอลเท่านั้น

                เรื่องค่าใช้จ่ายสำหรับเดินทางในประเทศเจ้าภาพนี้ ผมบอกได้เลยว่า ต้องมี 3-5 หมื่นบาทต่อคนแน่ ๆ ซึ่งงานนี้ผมยอมรับเลยว่า ดีใจมาก ที่ช่วยสื่อเล็ก ๆ หัวใจใหญ่อย่างเราเซฟกะตังค์ไปได้เยอะ

                เพราะตั๋วเครื่องบินสายการบิน สวิสแอร์ เราก็บาร์เตอร์ได้ ขณะที่ ที่พัก ก็เป็นฝีมือของ ลูกแม่กิ่ง, ตัวต่อ และผมเองที่ติดต่อพรรคพวกที่โน่นจนเรามี ฐานทัพ ถึง 3 แห่ง: ซูริค, เบิร์น และเวียนนา โดยไม่ต้องเสียค่าที่พักโรงแรมเป็นแสน ๆ บาท

                ฉะนั้น งานนี้ คิกออฟ น่าจะชักเนื้อแค่ประมาณค่า เบี้ยเลี้ยง ของผม และลูกแม่กิ่ง และอื่น ๆ อีกนิดหน่อย เช่น ค่าแท็กซี่, ค่าโทรศัพท์, ค่าการเดินทางหลังวันที่ 30 มิ.ย. ฯลฯ ที่รวมแล้ว 2 คนน่าจะเกิน 1 แสนบาทไม่เท่าไหร่

                ดังนั้น ผมจึงกล้าพูดได้เลยว่า นี่คือการทำข่าว่ในยุโรป ณ.ประเทศที่ค่าครองชีพ หรือ Costs of Living สูงที่สุดของโลกชาติหนึ่งที่ ถูกที่สุด ในประวัติศาสตร์ และจะไม่มีทางที่ใครจะทำได้ถูกขนาดนี้อีกแล้ว

                สำหรับ ผลงาน ผมขอให้ติดตามกันเอง เพราะตั้งแต่เกิดมาก็เพิ่งเห็นคน ไฟแรง เท่าโดโด้เป็นครั้งแรกจน ลูกเก๋า อย่างเดียวเช่นผมคงจะอยู่เฉย ๆ ไม่ได้

                ครับ ยูโร 2008 เหลืออีก 14 วันจะเปิดสนาม แต่ผม และโดโด้เหลืออีกแค่ 9 วันเท่านั้นจะเดินทาง

                ตื่นเต้น ๆ ครับ…ขอบอก

                (20 พ.ค. 2008)

 

                                                             ————————————————————–

ใส่ความเห็น