ทุกทัวร์นาเมนท์ฟุตบอลระดับโลก บทเพลงประจำการแข่งขันอย่างเป็นทางการ (The official song) ก็ถือเป็นอีกหนึ่ง “สีสัน” ที่น่าสนใจ
ครั้งนี้บทเพลง Can You Hear Me? ขับร้องโดยเอนริเก้ อิเกลเซียส นักร้องรูปหล่อแฟนหนุ่ม แอนนา คูร์นิโคว่า ได้ถูกรับเลือกให้เป็นเพลงประจำ “ยูโร 2008” อย่างเป็นทางการ
อิเกลเซียส นักร้องสแปนิชมีผลงานดังระดับอันดับ 1 มากมาย อาทิ Rhythm Divine, Be With You, Hero, Escape, Do You Know?, Tired of Being Sorry ฯลฯ
โดยอิเกลเซียส วัย 33 ปีจะแสดงในนัดไฟนอล 29 มิ.ย. 2008 จากสนาม เอิร์นส ฮัปเปิ้ล เป็นเวลา 10 นาทีพร้อมร้องเพลง Can You Hear Me? ที่คุณผู้อ่านสามารถโหลดฟังได้แล้วจากเว็ปไซต์เพียงแค่เข้าไปพิมพ์ชื่อเพลงใน google.com
เพลงนี้ยาว 3 นาที 44 วินาที ผมฟังแล้วก็เฉย ๆ เพราะรู้สึกว่า เพลงค่อนข้าง “ตลาด” แต่ก็มีท่อนฮุค ท่อนส่งสวย ๆ ให้จำง่ายตามสไตล์
นอกจาก Can You Hear Me? แล้ว “ยูฟ่า” ยังมีอีก 2 เพลงผลิตโดยแช็คกี้ นักร้องเรกเก้ จาไมก้า ที่ถูกเรียกกันว่าเป็น Mascot songs ให้เจ้า ทริกซ์ และฟลิกซ์ ในชื่อว่า Like a Superstar และ Feel the Rush ที่ก็หาฟังได้แล้วจากเว็ปไซต์เพียงแค่พิมพ์ชื่อเพลงเท่านั้นครับ
(23 พ.ค. 2008)
—————————
(เพราะความที่ทุกท่าน Search เข้ามาอ่านหน้านี้กันมาก ผมจึง “อัพเดท” อีกครั้งด้วยข้อมูลจาก “คิกออฟ” วันที่ 29 มิ.ย.2008 ครับ)
Can you hear me…
เมื่อวานนี้ “ลูกแม่กิ่ง” ได้โชว์ภาพสุดเท่ห์ใน Euro Story ของเค้าคู่ เอนริเก้ อิเกลเซียส ศิลปินเลือดสเปนเจ้าของบทเพลงอย่างเป็นทางการของ “ยูโร 2008″: Can you hear me กันไปแล้ว
วันนี้ผมขออนุญาตมาต่อที่รายละเอียดของ “เพรสคอนเฟอเรนซ์” อันนั้นที่มีขึ้นล่าช้าเล็กน้อยจากเวลานัด 11 โมงเช้าของวันศุกร์ที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา หรือ Day 25 ของผม
ส่วนตัวแล้วเฉย ๆ กับเอนริเก้ เพราะไม่ได้ชอบฟังเพลงแนวเพลงที่เค้าร้อง แต่ก็ต้องไปเพรสคอนเฟอเรนซ์เพื่อหาประเด็น cover ในวันว่าง ๆ เบา ๆ ก่อนนัดไฟนอลครั้งที่ 14 ของการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป
อีกส่วนหนึ่งคือ Blog ส่วนตัว http://khaimukdam.wordpress.com ถูกเสิร์ชเข้ามาเจอด้วยคำว่า “เพลงยูโร” หรือ “เพลงยูโร 2008″ หรืออะไรที่เกี่ยวกับเพลงประจำการแข่งขันครั้งนี้มากที่สุด
ดังนั้นจึงอยากเอาแฟน ๆ ที่ล่าสุดดีใจมากแม้จะยังไม่พอใจสุด ๆ ที่ยอดฮิตทะลุ 6 พันไปแล้ว (น่าเสียดายที่ผมไม่มีโปรแกรมแปลงไฟล์วีดีโอให้เครื่อง Mac ของตัวเองที่น่าจะทำให้บล็อกมีความน่าสนใจกว่านี้) ด้วยการไปเก็บประเด็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับเอนริเก้ และบทเพลง Can you hear me มาฝาก
แฮ่ม…ผมอยากทราบ 3 ประเด็นครับ:
1.หลังสเปน (เอนริเก้เป็นสแปนิชแต่ไปโตหลัง 8-9 ขวบในอเมริกา) ชนะรัสเซียของขวัญใจ (ในอดีตเจ้า “รอนนี่”) แอนนา คูร์นิโควา…คืนหลังสเปนกด “แฮตทริก” รัสเซีย เอนริเก้ กดแฮตทริก เอ๊ย…ไม่ใช่! ได้คุยกับน้องแอนนาแล้วหรือยัง?
2.คนจำนวนมากรวมถึงผมด้วย “ไม่เข้าหู” กับเพลง Can you hear me เพราะรู้สึกว่า “ไม่โดน” เท่าไหร่ หรือน่าจะดีกว่านี้…เอนริเก้มีความคิดเห็นอย่างไร?
3.คิดว่าใครจะชนะนัดไฟนอล?

ประเด็นแรก…เอนริเก้เจ้าของยอดขาย 40 ล้านก็อปปี้จาก 9 อัลบั้มทั่วโลกกล่าวว่า เดินทางมาถึงเวียนนาทันได้ชมเกม สเปน – รัสเซีย ขณะที่แฟนสาว แอนนา ไม่ได้มาด้วย
ทว่าหลังเกม เรื่อง “ฟุตบอล” ก็คือเรื่องฟุตบอล ขณะที่ส่วนตัวก็คือ เค้าได้โทรศัพท์ข้ามประเทศไป “รายงานตัว” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
งานนี้กลับบ้านไปคงไม่ได้มีการ “เอาคืน” กันแต่อย่างใดนะจ๊ะ ^_^
ประเด็นที่สอง…เอนริเก้กล่าวว่า เค้าเป็นคนที่ชอบฟุตบอลอยู่แล้ว ดังนั้นจึงยินดี และรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ทำเพลงสำหรับการแข่งขันที่เค้าต้องการจะให้เพลงนี้เปิดได้ในทุกแห่งไม่เฉพาะในสนามฟุตบอล
ในคลับ, บาร์, บ้าน ฯลฯ เพราะเค้ามีเป้าหมายจะให้เพลงนี้เป็นที่ฟังแล้วสนุก
อย่างไรก็ดีครับ ศิลปินหนุ่มอัชฌาสัยดีอันสังเกตได้จากการช่วย “เป็นล่าม” ภาษาสเปนให้นักข่าวหลังมีคำถาม และต้องตอบเป็นสแปนิชเนื่องจากงานนี้ไม่มีล่าม เพราะต้องการให้มีคำถามเฉพาะเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น กล่าว “ยอมรับ” ว่า มันยากหากจะนำเพลง Can you hear me ไปเปรียบเทียบกับเพลงฟุตบอลอื่น ๆ ที่ประสบความสำเร็จที่ผ่านมา
สาเหตุก็เพราะ Can you hear me เพิ่่งเกิดในช่วงทัวร์นาเมนท์นี้อันหมายถึงระยะเวลาโปรโมต, เปิดออกอากาศ, ขาย ยังมีน้อยหากเทียบกับเพลงอมตะต่าง ๆ ที่เปิดครั้งแล้วครั้งเล่ามาหลายปี และหลายทัวร์นาเมนท์แล้ว
พร้อมกันนั้น เอนริเก้ก็ได้ยกตัวอย่างบทเพลง Forca ของ Nelly Furtado จาก “ยูโร 2004″ ที่ก็เพราะ และถูกวิพากษ์วิจารณ์คล้าย ๆ กันว่่า “ไม่โดน”
ครับ ผมมั่นใจว่า เอนริเก้ “เตรียมตัว” ตอบคำถามนี้มาแล้ว และก็ตอบได้ดีที่สุดเท่าที่ผมคิดว่า เจ้าของบทเพลงจะ “อธิบาย” ได้โดยตัวเองไม่บาดเจ็บนะครับ
แต่ผมก็ยังยืนยันเหมือนเดิมว่า เพลงนี้แม้จะมีความพยายามให้ “สนุก” แต่ฟังยังไงก็ไม่สนุก และออกสตาร์ตอินโทร์วได้ไม่โดน และคึกคักพอ
ประเด็นที่สาม…เอนริเก้มองเหมือนทุกคนครับว่า มันต้องครั้งนี้สำหรับสเปนที่ดูเหมือนจะมีโอกาสอย่างมาก
แต่ “ประวัติศาสตร์” ต่าง ๆ ก็อยู่ข้างเยอรมันที่มักจะทำผลงานได้ดีในฟุตบอลทัวร์นาเมนท์พร้อมกับรู้ตัวเลข และสถิติ เช่น สเปนได้แชมป์ยูโรครั้งสุดท้ายปี 1964 และเข้าชิงฯครั้งสุดท้ายปี 1984 มาประกอบได้ด้วย
สำหรับไฟนอลสกอร์ก็คือ 2-1 ที่ตัวเค้าย่อมสนับสนุนทีมบ้านเกิดก่อนจะตบท้ายว่า ตั้งหน้าตั้งตารอคอยเกมนัดชิงฯที่เค้ามีคิวต้องแสดงที่สนามด้วยเป็นเวลา 10 นาที
และดีใจมากที่ได้มาเวียนนาหนนี้ และชม (ฟรี) เกมฟุตบอลที่ทั่่วโลกจับตารอคอย…
——————–
จริง ๆ ผมตั้งใจแค่เล็ก ๆ น้อย ๆ กับหัวข้อ “เพลงยูโร 2008″ นะครับ และไปสนามเพลงนี้เปิดตอนพักครึ่งทุกนัด ผมก็เฉย ๆ เพราะรู้สึกว่า “ไม่โดน”
แต่ต้อง “ขอบคุณ” ทุกท่านครับที่หัวข้อนี้ “ถูก search” เข้ามาอ่านมากที่สุดหัวเรื่องหนึ่งของ “บล็อก” ทั้งที่ผมไม่ได้ตั้งใจจะให้เป็นจุดขายเลย
ไงใครมีข้อมูลเพิ่มเติมก็อัพต่อได้นะ