การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบที่น่าสนใจมากใน “ยูโร 2008” ก็คือ กฎ “ล้างใบเหลือง” ที่ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ “ยูฟ่า” ได้นำกฎนี้มาบังคับใช้หลังเกมรอบ 8 ทีมสุดท้าย หรือรอบ 2 จบลงไปแล้ว
นั่นจะหมายความว่า เราจะไม่ได้เห็นนักเตะคนใด “พลาด” เกมนัดไฟนอลเพราะติด “โทษแบน” หลังสะสมใบเหลืองครบ 2 ใบอีกเป็นอันขาด
เดิมทีกฎล้างไข้เหลืองนั้นจะทำหลังเกมรอบแรกจบลง นั่นจะทำให้นักเตะมีโอกาสโดนใบเหลืองรอบ 8 ทีม และรอบรองชนะเลิศจนหมดสิทธิ์ลงเตะนัดชิงชนะเลิศอันเป็น “ความฝัน” สูงสุดของผู้เล่นทุกคน
ผมเองประหลาดใจมากที่กฎนี้ไม่ได้มีแก้ไขกันเร็วกว่านี้ และต้องรอจนล่วงเลยถึงการแข่งขันครั้งนี้ที่คณะกรรมการบริหารของ “ยูฟ่า” ยกมือไฟเขียวแบบเป็นเอกฉันท์
การปรับกฎครั้งนี้ ผมซาวด์เสียงถามพรรคพวกในกองบรรณาธิการของเราแล้ว “ไม่พบ” ว่า มีคนไม่เห็นด้วยเลยแม้แต่คนเดียว
หนำซ้ำยังพูดเหมือน ๆ กันว่า “น่าจะทำตั้งนานแล้ว เพราะพลาดลงนัดควอเตอร์ไฟนอล ยังไงก็ดีกว่าพลาดนัดไฟนอลแน่นอน”
ครับ การจะมีโอกาสได้เห็น Great game ในนัดชิงชนะเลิศนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายโดย “ธรรมชาติ” อยู่แล้ว เพราะความที่ต่างฝ่ายต่างเกร็ง + กลัวจะแพ้อันต่างจากรอบตัดเชือกอันเป็นนัด “ไคลแม็กซ์” ในแง่ความสนุกสนาน
เกม UCL Final ระหว่างแมนฯยูไนเต็ด – เชลซี ถือเป็นข้อยกเว้น เพราะประตูแรกมาเร็ว และเป็นเกมของ 2 ทีมผู้ดีที่ “สไตล์” และ “ปรัชญา” เน้นรุกเตะสนุก + รวดเร็ว เป็นรากเหง้าของฟุตบอลอังกฤษอยู่แล้ว
ไม่นับประเด็นสำคัญที่สุดที่ไม่ใครติดแบน หรือบาดเจ็บเลยโดยมี พอล สโคลส์ เป็น “พระเอก” ในแง่นี้เพราะเจ้าตัว “ติดแบน” UCL Final 1999 ที่แคมป์นู และต้องรอถึง 9 ปีกว่าจะมี “โอกาสสอง”
จะมีใคร “โชคดี” ได้รับโอกาสอีกครั้งเหมือนสโคลส์ในโลกแห่งความเป็นจริง!?
บรรทัดนี้จึงขอ “ปรบมือ” ให้มิเชล พลาตินี่ และบอร์ดบริหาร “ยูฟ่า” อีกครั้งหนึ่งครับที่ช่วย “การันตี” ให้ฟุตบอลนัดไฟนอลดี ๆ จะมีนักเตะเยี่ยม ๆ ลงสนามแน่นอน
(26 พ.ค. 2008)
———————————————
จะล้างให้เฉพาะให้นักเตะที่ติดใบเหลืองถึงรอบ 8 ทีมแค่ 1 ใบนะ
ใครโดน 2 ใบจะโดนแบนรอบรองชนะเลิศ และกลับมาได้นัดชิงฯ ไม่ใช่ล้างให้ทั้งหมด ทั้ง 2 ใบนะจ๊ะ