-Day 1: งานช้างของเจ้าภาพทั้ง “ในสนาม” และ “นอกสนาม”

 

Day1: 03.06.08

มาถึงกรุงซูริค สวิตเซอร์แลนด์ เป็นที่เรียบร้อย และปลอดภัย 100% เมื่อเช้าตรู่วันอังคารที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่นเมืองนาฬิกานะครับ

การเดินทางประมาณ 11 ชั่วโมงครึ่งจากสนามบินสุวรรณภูมิสู่กรุงซูริคผมให้คะแนน 7 เต็ม 10 หรือน้อยกว่านั้น เพราะ “ไม่ปลื้ม” เท่าไหร่กับขนาดเบาะ Recaro บนสายการบิน “สวิสแอร์” ที่ค่อนข้างเล็ก และช่องว่างระหว่างขาก็ไม่กว้าง

เมื่อรวมกับอาหารมื้อเช้าที่มีแค่ กล้วยหอม, น้ำส้ม, โยเกิร์ต, กาแฟ และขนมปัง โดยไม่มีอาหารร้อน…ความประทับใจจึงมาไม่เต็มแม้การบริการของแอร์ และสจ๊วร์ต จะอยู่ในชั้นดีถึงดีมากก็ตาม

จากนั้นก็ถึงคิวของสวิตเซอร์แลนด์ ประเทศเจ้าภาพ “ยูโร 2008″ ประเทศแรกที่ผม กับ “ลูกแม่กิ่ง” เหยียบเท้ามาถึง…เฟิร์สต์อิมเพรสชั่น จัดว่า “สอบตก” เพราะเหลือบซ้ายแลขวา “บรรยากาศยูโร” ยังเดินทางมาไม่ถึงจริง ๆ แม้การแข่งขันจะเหลืออีกไม่ถึง 1 สัปดาห์ก็จะพิธีเปิดก็ตาม

ความรู้สึกของผมนั้น “สะดุด” ครับ หรือก็คือ รู้สึกแปลกจนต้องฉุกคิด หรือตั้งคำถาม เพราะป้ายโฆษณาก็น้อย, ป้ายสัญลักษณ์การแข่งขันของ “ยูฟ่า” ก็แทบไม่เห็น

“บิลบอร์ด” ยิ่งไม่ต้องพูด หรือป้ายบอกทางจากสนามบิน, สถานีรถไฟหลักเมืองซูริค, การแต่งกายของผู้คน, ธงตามตึกรามบ้านช่อง หรือรถยนต์, จำนวนร้านขายของที่ระลึก, หนังสือแมกกาซีนกีฬาท้องถิ่น, หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น, การประดับบนรถเมล์/รถราง/รถไฟ ฯลฯ

หรือแม้แต่บนเครื่องบิน “สวิสแอร์” แท้ ๆ ที่น่าจะ “เวลคัม” ผู้โดยสารทุกคนกับมหกรรมกีฬาหนนี้ก็ไม่ได้ทำ

ผมมองว่่า การ “เวลคัม” หรือ “ต้อนรับ” นั้นต้องทำตั้งแต่ย่างเท้าขึ้นเครื่องบินเลยทีเดียว

ซึ่งเขียนถึงตรงนี้ก็นึกขึ้นมาได้ว่าสายการบิน “ออสเตรียน แอร์ไลน์” ที่สุวรรณภูมินั้นให้พนักงานเช็คอินแต่งตัวด้วยผ้าพันคอ “ยูโร 2008″ ซึ่งส่วนตัวเห็นแล้วชอบ

คือ มันต้อง “พยายาม” และร่วม “สร้างฟิลลิ่ง” ทำนองนั้นขึ้นมานะครับ หาไม่แล้ว และให้พูดหยาบ ๆ ก็คือ…ไม่ต้องมาเป็น “เจ้าภาพ” จะดีกว่า

เพราะยังมีประเทศในยุโรปอีกมากมายหลายประเทศที่พร้อมกว่าสวิส และออสเตรีย และสำคัญที่สุดคือ “ต้องการ” โอกาสเป็นเจ้าภาพแบบนี้

จุดนี้จึงจำเป็น และถือเป็น “หัวใจ” สูงสุดขององค์กรอย่าง “ยูฟ่า” และ “ฟีฟ่า” ในการพิจารณาคัดเลือกเจ้าภาพ

และก็เพราะเหตุนี้เช่นกันที่ “ฟีฟ่า” จำต้องกลืนน้ำลายตัวเอง “ยกเลิก” ระบบโควต้า “เจ้าภาพ” ฟุตบอลโลกตั้งแต่ ค.ศ.2018 เป็นต้นไป

หาไม่แล้ว โอกาสที่ “ฟีฟ่า” จะลงเอยด้วยเจ้าภาพที่ไม่พร้อม + ไม่อยากได้รับโอกาสมากที่สุดก็จะมีสูง

ถัดจาก “เจ้าภาพ” สวิส ผมก็ขอข้ามมาที่ “ยูฟ่า” ที่บริหารงาน และจัดการแข่งขันครั้งนี้กันบ้าง

“เฟิร์สต์อิมเพรสชั่น” นะหรือ!?

ก็เหมือน “รูปถ่าย” ที่กดชัตเตอร์มาฟ้องนั่นแหละครับว่า ไม่ใช่แค่ไม่พร้อม แต่ “สวิส + ยูฟ่า” ยังจัดสถานที่ได้ไม่สมศักดิ์ศรีอย่างยิ่งกับมหกรรมการแข่งขันกีฬาฟุตบอลอันดับ 2 ของโลก

มีอย่างที่ไหนครับ ฝ่ายจัดการแข่งขันเตรียมแค่ “บล็อกสี่เหลี่ยม” ชั่วคราวพื้นที่ใช้สอยโดยรวมประมาณ 100 ตร.ม.มาต้อนรับ และอำนวยความสะดวกนักข่าวทั่วโลก

ผมเองตั้งแต่ไป “ยูโร” 2000, 2004; คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ 2003, 2005 และบอลโลก 2006 ก็ไม่เคยเจอ “สเกล” สถานที่รับทำ Accreditation ที่เล็ก และน่าอึดอัดขนาดนี้มาก่อน

ก็ไม่ทราบเหมือนกันครับว่า ใช้สมองส่วนไหนคิด และหนักกว่านั้นก็คือ หลังผม และ “ลูกแม่กิ่ง” ต่อแถวเข้าคิว + ทำบัตรประมาณครึ่งชั่วโมง (ซึ่งควรจะ 5 นาที) เสร็จแล้ว พวกเรา และผู้สื่อข่าวท่านอื่น ๆ ก็ไม่สามารถเข้าทำข่าวที่ “เพรสเซนเตอร์” ที่สนามเลตซิกรุนด์ ได้อีกต่างหาก

โอล่ะพ่อ! จริง ๆ แหละครับ เพราะตามหลักแล้ว พอทำบัตร Accreditation เสร็จปุ๊บ ทุกอย่างควรเริ่มดำเนินการได้ 100% ทันที หาไม่แล้วเรา 2 คนจะแหกขี้ตามาก่อน 10 โมงวันอังคารที่ 3 มิ.ย.2008 อันเป็นวันแรกที่เปิดให้รับบัตร Accreditation ทำไม

ก็แหม…อุตส่าห์รีบเดินทางมาจากเมืองไทยระยะทางเกือบ 10,000 กิโลเมตร และน่าจะเป็นกลุ่มนักข่าวกลุ่มแรก ๆ ที่ทำบัตรห้อยคอเสร็จทว่ากลับไม่สามารถเข้าห้องทำงานได้

ผมว่า กรณีนี้มันน่า “ขายหน้า” และแปลกประหลาดมากที่สุดในโลกเลยล่ะครับ และบอกได้คำเดียวว่า เกิดมาไม่เคยเจออะไรที่ “มือสมัครเล่น” ขนาดนี้มาก่อนเหมือนกัน

ยิ่งเขียนถึง “ยูโร 2008″ Day 1 ของผมในวันนี้ก็ยิ่งนึกถึงคำพูดประมาณว่า “คนสวย, เซ็กซี่ หรือสุขภาพดี ต้องมาจากข้างใน”

ยูโรหนนี้ที่ “บ้านเรา” ก่อนผมบินมาก็รู้สึกได้เหมือนกันนะครับว่า กำลัง “เข็น” และ “ปั้น” กันอยู่

อังกฤษไม่ผ่านเข้ารอบนั้นเป็นเรื่องหนึ่ง แต่สำคัญที่สุดผมมองว่าเป็นเพราะความพยายาม + ใส่ใจของประเทศเจ้าภาพมากกว่า

กล่าวคือ เมื่อ “กระแส” จากภายใน หรือจุดกำเนิดงานไม่แรง + มีชีวิตชีวา อุณหภูมิความจืดชืดก็จะถูกส่งต่อออกไปทั่วโลกด้วยเช่นกัน

งานนี้ ผมมั่นใจว่า “สื่อทั่วโลก” ต้องสะท้อนความเห็นไม่ต่างกับผมมากนัก และจากที่ได้อ่านคร่าว ๆ จากเว็ปไซต์ต่าง ๆ ที่มีผู้สื่อข่าวไปทำข่าว…ความรู้สึกก็ไม่ต่างกันนักครับ

ดังนั้น งานนี้ไม่ใช่เฉพาะผลงาน “ในสนาม” เท่านั้น…”นอกสนาม” เจ้าภาพทั้ง 2 ชาติก็เจองานช้างจริง ๆ ครับ

                                                ——————–

ใส่ความเห็น