-Day 4: “อินเตอร์ลาเกน”: งดงามดุจสรวงสวรรค์

 

 

Day 4: 06.06.08

ยังไม่ทันไรครับก็รู้สึกเหมือนกับได้จากประเทศไทยมานานแสนนานแล้วทั้งที่เพิ่งจะเขียนคอลัมน์ “Day 4″ วันนี้นี่เอง…ซึ่งนั่นหมายถึงอีก (ตั้ง) 28 วันครับที่ผมกับ “โดโด้ ลูกแม่กิ่ง” จะเสร็จสิ้นภาระกิจ และได้กลับบ้าน

ทว่ากับทัวร์นาเมนท์ “ยูโร 2008″ นี้ ผม “มั่นใจ” ได้ 2-3 อย่างแล้วแม้เพิ่งจะมีประสบการณ์ใหม่ที่นี่ได้ไม่กี่วัน

1.อากาศที่แม้จะเป็นหน้าร้อน แต่พูดได้คำเดียวเลยว่า “หนาวกว่า” กรุงเทพฯตอนหน้าหนาวพอควร

อย่างตอนเช้ามืด หรือเช้าตรู่ที่ตื่นนอน อุณหภูมิน่าจะประมาณแค่ 10 องศาเซลเซียสเท่านั้นก่อนจะค่อย ๆ สูงขึ้นประมาณ 15 – 20 ตอนกลางวัน และดิ่งลงอีกทีตอนกลางคืนที่ไม่ได้ต่ำขนาดตอนเช้า

อีกประเด็นที่น่าสนใจที่ทำให้ผม “รักยุโรป” (หน้าร้อน) ก็คือ กลางวันอันยาวนาน อย่างเช่น เวลานี้ที่กว่ากรุงเบิร์นจะมืดก็เลย 3 ทุ่มไปแล้วอันทำให้เหมือนกับวันหนึ่ง ๆ เราได้ใช้เวลา “คุ้มค่า” ซะเหลือเกิน

“บ้านเรา” เมืองไทยเคยมีข่าวจะปรับเวลาตอน “ฤดูร้อน” เหมือนกันนะครับ หากผมจำไม่ผิดในยุคสมัยประธานสโมสรแมนฯซิตี้ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี

ส่วนตัวแล้ว “เห็นด้วย” แต่บ้านเราก็คือบ้านเราวันยังค่ำครับ…ไอ้ครั้นจะปรับเปลี่ยนอะไรที่ต่างจาก “วิถีปรกติ” เสียงคัดค้านย่อมมี ไม่นับรวมพวกสะดุดแข้งสะดุดขาอีกที่สุดท้ายก็ “ฟาล์ว” ไปตามระเบียบ

โดยอากาศในช่วงนี้ที่สวิตเซอร์แลนด์ยังจัดว่ามี “ของแถม” ต้อนรับ “ยูโร 2008″ ด้วยนั่นคือ “ฝน”

นับตั้งแต่ Day 1 วันที่ 3 มิ.ย.ที่เดินทางมาถึง ผม กับ “โดโด้” หนีน้องฝนไม่ออกเลย และก็คงเป็นเช่นนี้ไปจนกระทั่งวันอาทิตย์นี้หลังเกมนัดเปิดสนามไปแล้ว…หากพยากรณ์ไม่มั่วซะก่อน

ก็แปลกดีครับ เพราะก่อนเดินทางมาก็ “ลืม” โน่นลืมนี่หลายอย่าง…และแน่นอนว่า “ลืมใจ” ไว้ด้วย อิ ๆ แต่กลับใส่เสื้อกั๊กกันฝนมาด้วยเฉยเลยซึ่งก็ช่วยได้มากสำหรับฝนหยุมหยิมไม่ใช่ “ห่าใหญ่” แบบบ้านเรา

2.ใครจะว่าอย่างไรก็แล้ว แต่อยู่มาถึง Day 4 ผมยังไม่เจอ “คนสวย” สวิสเลยครับ เรียกว่าไม่เจอสักคนเดียวไม่ว่าจะ ป้ายรถเมล์, ร้านกาแฟระดับ “สตาร์บัคส์”, ย่านช็อปปิ้งเขตเมืองเก่า, สถานีรถไฟหลัก, ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือลงทุนแอบไปเดินร้าน MNG, H&M อะไรทำนองนั้นแล้วก็ไม่เจอ

อดใจไม่ได้เลยถาม เคนเนธ กิลลอน หรือเจ้าเคนนี่เพื่อนผม และเป็นเจ้าของบ้านก็ได้คำตอบคล้าย ๆ กัน แต่มีเสริมว่า ไปออสเตรียได้เจอแน่!!!

นอกจากนี้เคนนี่ยังบอกว่า เค้ามีเพื่อนสนิทคนหนึ่งเคยเป็น Miss Swiss มาแล้ว….ว้าว! รับรอง ๆ จะไม่พลาดเก็บสักช็อต สองช็อตมาฝากครับ

 

…เอาแค่ 2 ข้อก่อนดีกว่า และขณะปั่นงานชิ้นนี้อยู่ ผมก็กำลังเดินทางไปเมืองอินเตอร์ลาเกน (Interlaken) ที่ตัวเอง request เจ้าโด้มันเองโดยยอมแลกกับการไม่ไปฟังประธานยูฟ่า มิเชล พลาตินี่ แถลงข่าวที่บาเซิลเลยนะเนี่ย

เขียนแบบนี้จะโดนด่าหรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะดันทะลึ่งเหมือนกับจะหนีเที่ยวไปดูทะเลสาบ 2 แห่งบรรจบกันที่เมืองแห่งนี้

แต่สัญญาครับ…แฮ่ม ๆ ว่าจะกลับจากทะเลสาบมาให้ทันเห็นอะไรดี ๆ ใน “แฟนโซน” กรุงเบิร์นที่จะเปิดวันนี้ตามที่ได้เกริ่นไว้เมื่อวาน

สำหรับเขตเมืองอินเตอร์ลาเกนนี้ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบไบร์นซ์ทางตะวันออก (Lake Brienz) กับทะเลสาบทูน (Lake Thun) ทางตะวันตก และอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 570 เมตร

ในอดีตทะเลสาบทั้ง 2 แห่งนั้นติดกัน และไม่ได้ถูกแบ่งโดยเมืองอินเตอร์ลาเกนเหมือนตอนนี้ ทว่าด้วยปรากฎการณ์ธรรมชาตินับล้านปีมาแล้วที่ธารน้ำแข็งได้ไหล และกวาดต้อนพวกหิน และดินมารวมกันจนกลายเป็นพื้นดินยื่นออกมาในที่สุด 

ดังนั้นอินเตอร์ลาเกนจึงได้รับอานิสงฆ์จากความสวยงามรอบข้างทั้งทะเลสาบ และหุบเขาน้อยใหญ่ (สูงสุดคือ “ยุงเฟรา”) ไปเต็ม ๆ 

ด้วยความที่เมืองนี้ยังอยู่ในพันธรัฐเบิร์น การเดินทางจากที่พักของเราจึงสะดวกสบายมาก เพราะแค่ 10 นาทีจากบ้านมาสถานีรถไฟเบิร์นที่จะมีรถไฟไปอินเตอร์ลาเกนชั่วโมงละ 2 คัน + ใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมงเท่านั้น

มีหรือจะพลาดการเดินทางมาสุดยอด Destination แห่งหนึ่งของนักท่องเที่ยวทั่วโลกล่ะครับ

เมืองแห่งนี้ หากคุณผู้อ่านเสิร์ชเน็ตซึ่งคงง่ายกว่าฟังผมเล่าประวัติต่าง ๆ ให้ฟังก็คงพบสิ่งที่น่าสนใจหลาย ๆ อย่าง

สิ่งหนึ่งก็คือ การเมืองที่นักท่องเที่ยวชอบมาทำกิจกรรมกีฬาต่าง ๆ อาทิ สกายไดร์ฟวิ่ง, กระโดดหน้าผา, ล่องเรือ, เล่นเรือใบ, สกีบนเขา ฯลฯ

และด้วยความวยงามระดับ “บรรยายไม่ได้” ด้วยตัวอักษร คู่รัก และความโรแมนติกก็จะเป็นสัญลักษณ์ของสถานที่แห่งนี้ด้วยเช่นกัน

ผม กับ “โด้” ไม่ใช่คู่รัก 55 ดังนั้นก็คงไม่สามารถทำอะไรได้ครบในวันเดียวที่นี่นอกจากทำให้ดีที่สุดในเก็บรายละเอียดอันเป็นความทรงจำที่ผมเคยบอกเสมอ และคงจะพูดเรื่อย ๆ ว่า “ครั้งหนึ่่ง” และอาจจะครั้งเดียวในชีวิต

เดี๋ยวขอวางมือจาก “แล็ปท็อป” ก่อนนะครับ เพราะวิวทิวทัศน์จากทริปรถไฟ 50 นาทีนั้นงดงามเหลือเกิน…ด้วยความที่มีเวลาน้อย เราจึง “แพลน” กันล่วงหน้าว่าจะนั่งเรือชมทะเลสาบจาก อินเตอร์ลาเกน เวสต์ ไปเมืองทูนแล้วค่อยต่อรถไฟกลับเบิร์นจากทูน

ก็ขอคัดเลือกรูปจากกล้องตัวเดิม แต่เลนส์อันใหม่ของ “ลูกแม่กิ่ง” มาฝากแทนนะครับ และต้องยอมรับอีกครั้งเลยว่า ต้องเห็น “ด้วยตาเป็น ๆ” เท่านั้น

และกล้าพูดด้วยว่า ทริปบนเรือ 2 ชั่วโมงหนนี้คุ้มค่าที่สุด และเหมือนเวลานั้นหยุดนิ่งจริง ๆ กับภาพที่งดงามราว “โปสการ์ด” เพราะความนิ่ง + คลาสสิค 

ส่วนข้อมูลเพิ่มเติ่มของอินเตอร์ลาเกนก็ล็อกเข้าเน็ตไปหาอ่านกันเองนะครับเริ่มจากเว็ปไซต์อย่างเป็นทางการ www.interlaken.ch ครับผม

สำหรับความงดงามขนาดนี้ ยังไง ๆ ก็คิดว่าต้องกลับมาอีกครั้งภายในทัวร์นาเมนท์นี้ และคราวนี้จะไม่พลาดขึ้นไปภูเขาสูง 4,158 เมตร ยุงเฟรา (Jungfrau) จุดขายสำคัญของอินเตอร์ลาเกน ที่ต้องใช้เวลาทั้งวัน หรือไม่ก็อีก 2 ยอดเขาเลื่องชื่อที่เตี้ยกว่า: ไอเกอร์ และมองช์ ครับ

วันนี้คงแค่นี้ก่อนแล้วกัน เพราะเมื่อกี้ถึงเบิร์นแล้ว และก็เห็นว่า “แฟนโซน” ยังเงียบเหงาเหลือเกินตอนใกล้ 6 โมงเย็นเวลาท้องถิ่น

ไม่นับบรรยากาศโดยรวมที่ตอนนี้สวิสดูเหมือนปกคลุมด้วย “ฝน” มากกว่า “แฟนบอล” คึกคักสนุกสนานนะครับ

——————-

 

 

ใส่ความเห็น