Last Day: 01.07.08
ก่อนจะไปพูดถึงทีมยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนท์ ผมอยากจะพูดถึง “ภาพรวม” ฟุตบอลยูโรหนนี้ทิ้งท้ายสัก 2-3 พารากราฟก่อนนะครับ
1.ยูโรหนนี้ ประสบความสำเร็จแน่นอนทั้ง “ในสนาม” และ “นอกสนาม” เพราะเกมฟุตบอลโดยรวมเตะกันสนุกสนาน และมีดราม่าเกิดขึ้นมากมายแถมแต่ละทีมยังค่อนข้าง “โพสิทีฟ” พยายามเล่นเกมรุกมากกว่ารับ
ส่วนนอกสนามนั้นก็ชัดเจนว่า “ยูฟ่า” ทำรายได้จาก “ยูโร 2008″ ได้มากกว่าครั้งไหน ๆ แม้จะมีปัญหาเรื่องสนามแข่งขันไม่ใหญ่นัก หรือเฉลี่ยแล้วแค่ 3 หมื่นคนก็ตาม
แต่รายได้ส่วนอื่น ๆ อย่างเช่น สปอนเซอร์ชิพ, ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดทีวี ฯลฯ นั้นกินขาดเรื่อง “ขายตั๋ว” จิ๊บ ๆ ครับ
2.ระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ ที่ครั้งนี้ว่าดีแล้ว เพราะเป็นการแข่งขันในประเทศยุโรปที่พัฒนาแล้วอย่าง สวิตเซอร์แลนด์ และออสเตรีย ทว่าที่สุดก็ยังมีลูกตะกุกตะกักอยู่บ้าง เช่น รถไฟแน่น หรือต้องรอนาน หรือดีเลย์ หรือไม่มีเลยหลังแมตช์แข่งขัน
ประเด็นนี้จากประเทศที่ระบบขนส่งมวลชนเยี่ยมน่าจะสร้าง “ความวิตก” ให้เกิดขึ้นกับ “ยูโร 2112″ ที่ยูเครน และโปแลนด์ จะเป็นเจ้าภาพค่อนข้างมาก
อย่างไรก็ดี ผมมองว่า “แฟนโซน” รองรับแฟน ๆ ทั้ง 8 เมืองนั้นทำได้สมบูรณ์มากจนต้องปรบมือให้ครับ
3.ความสำเร็จในการจัดการแข่งขันครั้งนี้ และผลงานของทีมเล็ก ๆ อย่าง ตุรกี หรือการกลับมาของรัสเซีย
หรือสีสันของดัตช์ ฯลฯ และฯลฯ ที่ไม่นับความตกต่ำของฝรั่งเศส จะส่งผลอย่างไรต่อรอบคัดเลือก “ยูโร 2112″ ที่มิเชล พลาตินี่ แย้ม ๆ เรื่องเพิ่มจำนวนทีมจาก 16 ทีมแล้ว
ครับ เมื่อโลกแคบลง และแต่ละทีมเติบโตขึ้น ขณะที่การพลาดไม่มียักษ์ใหญ่อย่าง อังกฤษ ยังไงก็ต้องยอมรับว่า ส่งผลกระทบต่อการแข่งขัน
การเพิ่มโควต้ารอบสุดท้ายจึงเป็นสิ่งหลีกเลี่ยงลำบากในอนาคต เพราะตอนนี้ “ยูฟ่า” ตกอยู่ในสถานการณ์เหมือนตอนที่ต้องเพิ่มจาก 8 เป็น 16 ทีมใน “ยูโร 96″ นั่นแหละครับ
ดังนั้นให้ “จับตา” และ “ลุ้นระทึก” ว่า “ยูโร 2112″ จะเพิ่มโควต้า หรือเปล่า? และการเพิ่มจะยิ่งสร้างความอลหม่านขนาดไหนกับ “เจ้าภาพ”?
หรือที่แย่ที่สุดที่ยังอาจเป็นไปได้ก็คือ “ยูฟ่า” จะเปลี่ยน “เจ้าภาพ” เพราะความไม่พร้อมในด้านต่าง ๆ ของทั้งยูเครน และโปแลนด์ หรือไม่ครับ
…ทิ้งท้ายทัวร์นาเมนท์ก็จะเป็น “ธรรมเนียม” เช่นทุกครั้งที่ผ่านมาที่หลังเสร็จสิ้นการแข่งขันผมจะต้องจัดทีมยอดเยี่ยมในดวงใจของตัวเอง
ครั้งนี้ใน “ยูโร 2008″ ผมมีโอกาสได้ชมเกมสด ๆ ทั้งสิ้น 14 นัด และพูดได้เลยว่า เป็นเกม “คุณภาพ” และ “ดูสนุก” ทุกนัด เพราะโชคดีไม่ได้หลงทางไปดูเกมเช่น อิตาลี – สเปน เป็นต้น
สำหรับทีมยอดเยี่ยมที่คัดมานั้นจะมี 11 คนแรกที่ดีที่สุด และรวมตัวเป็นทีมได้ “บาลานซ์” ที่สุดตามด้วย “ตัวสำรอง” อีก 12 คนเพื่อให้รวมได้ครบ 23 คนเหมือน “รายชื่อ” ที่แต่ละทีมส่งนักเตะเข้าประกวดครับ
นักเตะชุดนี้ ผมเลือกนักเตะจากทีมที่ทะลุเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายเท่านั้น และหลัก ๆ แล้วจะมาจากทีมกระทิงดุ ทีมที่เล่นได้โดนใจคนทั่วโลกมากที่สุด และสมดุลซะจนไม่รู้จะเลือกใครเด่นที่สุดเลยครับ
ส่วนตัวแล้ว ช่วงต้น ๆ นั้น ดาวิด บีญ่า, ดาวิด ซิลบา, มาร์กอส เซนน่า และแอนเดรส อินิเอสต้า เล่นได้เด่นแบบชัดเจน
ขณะที่นัดหลัง ๆ ซาบี้ เฮอร์นันเดซ, เชสก์ ฟาเบรกาส และเฟอร์นันโด ตอร์เรส ก็เริ่มจะแรงขึ้น ๆ
โดย “คีย์” สำหรับผมก็คือ นัดชิงชนะเลิศที่ได้เห็น “สไตล์ฟุตบอล” ตามช่องที่งดงาม + หลากหลายที่แม้จะ “บ้าส่งบอล” ไปบ้าง แต่ก็ต้องยอมรับว่า ในวันที่โชคดีกว่านี้ เกมอาจขาดไปแล้วก็ได้
ซึ่ง “ศูนย์กลาง” บอลสั้นเรียดอันสวยงาม และมีประสิทธิภาพก็คือ ซาบี้ เฮอร์นันเดซ แห่งบาร์เซโลน่า ที่ผมคิดว่า เค้า และสเปนมา “พีค” พร้อมกันให้เห็นในนัดไฟนอลพอดี
รายชื่อต่าง ๆ ทั้ง 23 คนมีดังนี้ครับ:
ตัวจริง
ผู้รักษาประตู: อิเกร์ คาซิญาส (สเปน)
กองหลัง: ฟาบิโอ กรอสโซ่ (อิตาลี), เปเป้ (โปรตุเกส), โทมัส อูฟาลูซี่ (เช็ก), แซร์โจ้ รามอส (สเปน)
กองกลาง: มาร์กอส เซนน่า (สเปน), ซาบี้ เฮอร์นันเดซ (สเปน), บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ (เยอรมัน), แอนเดรส อินิเอสต้า (สเปน)
กองหน้า: อังเดร อาชาวิน (รัสเซีย), ดาวิด บีญ่า (สเปน)
สำรอง
ผู้รักษาประตู: จิอันลุยจิ บุฟฟ่อน (อิตาลี), เอ็ดวิน ฟาน เดอ ซาร์ (เนเธอร์แลนด์)
กองหลัง: ยูริ เซอร์คอฟ (รัสเซีย), คริสเตียน ปานุชชี่ (อิตาลี), ซาบรี้ ซาริโอกลู (ตุรกี)
กองกลาง: อาร์ดา ตูราน (ตุรกี), อังเดร ปิร์โร่ (อิตาลี), เดโก้ (โปรตุเกส), เวสลีย์ ชไนเดอร์ (เนเธอร์แลนด์)
กองหน้า: ลูคัส โพโดลสกี (เยอรมัน),โรมัน พาฟลูเชนโก้ (รัสเซีย), นิฮัต คาห์เวซี่ (ตุรกี)
ผู้จัดการทีม: ฟาติห์ เตริม (ตุรกี)
นักเตะยอดเยี่ยม: ซาบี้ เฮอร์นันเดซ (สเปน)
——————