-Day 5: จับบรรยากาศคืน “หมาหอน” ถึง “วันจริง”

 

Day 5: 07.06.08

จริง ๆ หลังจากได้จับรถไฟระยะทาง 58 นาที หรือเกือบ 100 กิโลเมตรจากเบิร์นสู่บาเซิล ผมอยากจะเปลี่ยนจั่วหัวในวันนี้เป็น “Let the party begin” ซะมากกว่าไอ้คืน “หมาหอน” อะไรข้างต้นของผม

ก็ด้วยความที่โลกเรา “แคบ” และ (เหมือน) หมุนเร็วขึ้นด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารไร้พรมแดนรวมถึงการเดินทางที่สะดวกสบายระดับ “เวิลด์คลาส” ของประเทศสวิส

“ธีม” ที่ผมคิดไว้ก่อนออกจากบ้านตอนเช้าวันเสาร์ (9 โมง) จึงแทบไม่สามารถนำมาใช้ได้เลยตอนเขียนบทความนี้ก่อนเกม “คิกออฟ” นัดเปิดสนามประมาณ 2 ชั่วโมง

แต่เพื่อไม่ให้ภาพของ “ไดอารี” ขาดตอนไป หรือไม่ประติดประต่อ ผมจึงต้องมีในส่วนคืน “หมาหอน” หรือศุกร์ที่ 6 มิ.ย.2008 อันเป็นวันก่อนเกมนัดเปิดสนามจากเบิร์นมาฝากกันด้วย

“ไฮไลต์” จากจัตุรัส Bundesplatz นั้นไม่มีอะไรในกอไผ่มากกว่าแฟนบอล “เจ้าถิ่น” ยืนถือร่มไปร่วมงานตอนช่วงหัวค่ำกับคับคั่ง

ขณะที่ตกดึกหน่อย หรือประมาณ 3 ทุ่มไปแล้ว ก็จะเป็นคิวของวัยรุ่น หรือคนอายุน้อยหน่อยที่จัตุรัส Waisenhausplatz แทน

ทั้ง 2 แห่งจุคนดูได้ประมาณ 4 หมื่นคนซึ่งตามสายตาที่เห็นก็ถือว่าน่าจะมีหลักหมื่นอยู่ แต่มันผิดประเด็นไปนิดตรงที่ผม และ “โดโด้ ลูกแม่กิ่ง” ไม่ได้เห็นแฟนบอลต่างชาติเลยแม้แต่คนเดียว

ยกเว้นหนุ่มดัตช์ในภาพที่ผมได้คุยกับเค้าอยู่นานเหมือนกัน (แต่ดันไม่ได้ถามชื่อ) และได้อะไรน่าสนใจหลายอย่างทีเดียวในมุมของแฟนบอล

เค้าบอกว่า แฟนดัตช์คงจะมาวันเสาร์ หรือไม่ก็ขับรถดิ่งมาจากเนเธอร์แลนด์เลยซึ่งจะเวลาประมาณ 6 ชั่วโมงในวันจันทร์ให้ทันเกมแรกกับอิตาลี

สาเหตุที่ยังไม่รีบมาก็เพราะ “ฝนตก” สวิสเป็นขนมนมเนยทุกวันในตอนนี้จน “แฟนแคมป์” ที่ห่างออกไปจากเบิร์นประมาณ 5 กิโลเมตรนั้นเฉอะแฉะ และเป็นที่ขยาดสำหรับแฟน ๆ จะรีบมานอนค้าง

ประเด็นอื่น ๆ ผมมองเอาว่า “เศรษฐกิจโลก” ที่กำลังวูบเพราะน้ำมัน และอาหารแพงก็เป็น “ปัจจัย” สำคัญเหมือนกัน

ไม่นับเรื่องค่าครองชีพแพงที่นี่, การสื่อสารไร้พรมแดนที่ผมได้เกริ่นไว้ข้างต้น และทำให้ผม กับ “โดโด้” ได้เป็นส่วนหนึ่งของผู้สื่อข่าวประมาณ 10,000 ชีวิตในทัวร์นาเมนท์ที่คงจะ “โคเวอร์” การแข่งขันผ่าน Mass Media ต่าง ๆ จนคนทางบ้านสามารถติดตามได้ “เกินอิ่ม”

เขียนถึงตรงนี้คงต้องขอบคุณทุกท่านที่ “แอบแว้บ” ไปอ่าน “ไดอารี่” ที่กำลังเป็น “ลูกรัก” ของผมทางบล็อค khaimukdam.wordpress.com ด้วยนะครับ เพราะกระแสตอบรับดีมาก และมียอด “ฮิต” วันละหลายร้อยครั้งเลยทีเดียว…ปลื้มมาก ๆ ครับ..ขอบอก

ไว้อีกสักวันสองวันคงจะได้อัพ “วีดีโอ คลิป” เข้าไปบ้างอันจะเป็นการนำเสนออีกสีสันหนึ่งนอกจากงานเขียนที่นี่นะครับ

เมื่อรวม ๆ ทุกประเด็นแล้ว “แฟนบอล” จึงเงียบกว่าปรกติในประเทศที่ก็เล็กอยู่แล้วทั้งในแง่ขนาด จำนวนประชากร ความเป็นที่นิยมของเกมฟุตบอล และความเป็น “นานาชาติ” น้อยเฉพาะอย่างยิ่งกรุงซูริค และเบิร์น อันเป็น 2 เมืองแรกของผมที่ “ยูโร 2008″ แห่งนี้

อย่างไรก็ดีครับ ทุกอย่าง “เปี๋ยนไป๋” ทันที และเป็นได้ “ใกล้เคียง” กับภาพที่ฝันไว้มากที่เมืองบาเซิล ทั้ง ๆ ที่ก่อนเดินทางมาถึงผมหวั่นมากว่า “บรรยากาศ” จะเป็นอย่างไร? จะจืดชืด และ build ยากเหมือนซูริค และเบิร์น หรือเปล่า?

ปรากฎว่า “ไม่ใช่ 100%” ครับ เพราะที่มีความวุ่นวาย, มีความเป็นเมืองนานาชาติสมกับการเป็นศูนย์ระหว่างฝรั่งเศส และเยอรมัน และเป็นเมืองมหาวิทยาลัย…และมีคนต่างชาติอาศัยอยู่มาก

ฯลฯ และ ฯลฯ

ดังนั้นหากจะกล่าวว่า “เจ้าภาพ” สวิตเซอร์แลนด์เลือก “บาเซิล” เป็น “ตัวแทน” ของตัวเองในพิธีเปิด และรอบลึก ๆ เพราะขนาดสนามเซนต์ จาค็อป ปาร์ก 40,000 คน (มากที่สุดของประเทศ) และความเป็นเมืองผสมผสานชนชาติ และความเจริญแบบสมัยใหม่แต่ยังแฝงด้วยความงดงามคลาสสิคแบบสวิสที่สัมผัสได้…ผมว่าก็คงไม่เกินเลยอย่างยิ่ง

เอาเป็นว่า ตลอดสัปดาห์ที่เก็บความ “สงสัย” และรู้สึกฉงนใน “บรรยากาศ” ยูโร 2008 ครั้งนี้ว่าจะมาหรือไม่? และมาเมื่อไหร่?

การได้คุยกับแฟนดัตช์รายนั้นที่เบิร์น และสิ่งที่ได้สัมผัสที่บาเซิลก่อนเกมนัดเปิดสนามน่าจะตอบโจทย์ทุกอย่างได้แล้วว่า

“ยูโร 2008″ ได้เริ่มต้นแล้วจริง ๆ แต่ขอบอกว่า “ช้ามาก ๆ” ครับ

——————

 

ใส่ความเห็น