Day 6: 08.06.08
ควันหลงจากวันเปิดสนาม “ยูโร 2008″ ยังคุกรุ่นอยู่ในใจผมนะครับขณะนั่งปั่นงานชิ้นนี้ในร้านกาแฟยี่ห้อดังยี่ห้อเดิม แต่เปลี่ยนโลเคชั่นมาเป็นริมแม่น้ำรอยส์ (Reuss) เมืองลูเซิร์นแทน
ก็ด้วยความที่เรา 2 คน: ท็อป และโด้ มีคิวจะดูการซ้อมของ 2 สุดยอดทีมกลุ่มซี: อิตาลี และเนเธอร์แลนด์ + เพรสคอนเฟอเรนซ์ ตอนเย็นวันอาทิตย์ที่เบิร์น
และเมื่อรวมกับเกมที่ออสเตรียไกลมากเหลือเกินสำหรับเราจะเดินทางไปดู 2 เกมงั้น ๆ: เยอรมัน – โปแลนด์, ออสเตรีย – โครเอเชีย ที่จะใช้เวลากว่า 10 ชั่วโมง/ 1 ขา หรือไป/กลับ 1 วันเต็ม ๆ พอดี
เราจึงขอ “บ๊าย บาย” เกมที่เวียนนา/คลาเกนเฟือร์ตไว้ก่อนดีกว่า และส่วนตัวผมคิดว่าเกมเช่น เยอรมัน – โครเอเชีย (12 มิ.ย.) “คุ้มค่า” มากกว่าขณะที่แน่นอนว่า เกมที่ซัลซ์บวร์ก/อินส์บรูค นั้นจะไม่มีปัญหาสำหรับการเดินทางข้ามประเทศของเราครับ
พูดถึงการเดินทาง…ข้อดีประการหนึ่งของการอยู่สวิสก็คือ ประเทศนี้เล็กมาก แต่ขอโทษเถอะครับ พับพลิคทรานสปอร์ตนั้นสุดยอด “เวิลด์คลาส” ชนิดที่ไม่ว่าจะขึ้นรถลงเรือต่อรถไฟไปเครื่องบิน
“ไทม์เทเบิ้ล” หรือตารางเดินทางนั้น “สอดคล้อง” กันมาก ๆ เป็น “เน็ตเวิร์ก” หนึ่งเดียวที่ยิ่งช่วยให้การไปไหนมาไหนในประเทศที่เล็กกว่าประเทศไทย 13 เท่า และมีประชากรแค่ 7 ล้านคนโดยประมาณ “ยิ่งง่าย” เข้าไปอีก
อย่างเบิร์นมาลูเซิร์นก็แค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้นกับระยะทางประมาณ 100 กิโลเมตร…ซึ่งวันหลังแล้วกัน ผมจะมาพูดถึงลูเซิร์นให้ฟัง
วกกลับเข้ามาที่ “บรรยากาศ” และเรื่องราววัน “เปิดสนาม” กันต่อ…”ไฮไลต์” ส่วนตัวนั้นมีหลายอย่างด้วยกันเริ่มจากความลงตัวของเมืองบาเซิลตามที่ได้เล่าให้ฟังไปแล้วเมื่อวาน
แฟนบอลเต็มเมือง และเริ่มทะยอยมากันจริง ๆ แล้วจากทุกประเทศ และสุดท้ายก็คือ “เกมฟุตบอล” นัดแรกจากทั้งหมด 31 นัดอันเป็น “เหตุผล” ที่ทำให้ผม และ “โดโด้ ลูกแม่กิ่ง” ได้เดินทางมาครั้งนี้
เมื่อฟุตบอลได้ฤกษ์ “คิกออฟ” ก็เหมือนกับงานเลี้ยงได้ถูกกระตุกริบบิ้น และแพรคลุมป้ายซึ่งจะไม่ว่างานจะพร้อม หรือไม่พร้อม

พร้อม 100% หรือเกินร้อย หรือต่ำกว่านั้น ทุกอย่างก็ต้อง goes on และเริ่มต้นดำเนิน
หาไม่แล้วในโลก และชีวิตคนเรา…มันไม่มีอะไรหรอกครับที่จะพร้อม 100%
ทั้งนี้หาก “เงื่อนไข” เรื่องเวลาไม่เหลือแล้ว และความพอใจบอกว่า “โอเค” แล้ว ทุกอย่างก็เป็นอันว่า (ต้อง) เริ่มต้นได้
โดยในส่วนการทำงานของเรา 2 คนที่ตอนนี้ยัง “ติดหนึบ” กันอยู่นั้นคงต้องบอกว่าได้เห็น “ภาพคร่าว ๆ” บ้างแล้วเหมือนกัน
วันเปิดสนามนี้ “ลูกแม่กิ่ง” ไม่ได้รับคอนเฟิร์มตั๋วดูบอลก่อนเดินทางมาจากเมืองไทยเหมือนผม
ฉะนั้น สิ่งที่ต้องทำคือ ไปลงชื่อ waiting lists และภาวนาสาธุให้มีตั๋วเหลือที่ส่วนใหญ่ตามประสบการณ์ 5 ทัวร์นาเมนท์ของผมที่ผ่านมาจะไม่มีปัญหา
ยกเว้นก็แต่บอลโลก 2006 ที่ผ่านมาที่ waiting lists นั้นยาวยิ่งกว่า “หางว่าว” จริง ๆ หรือหลายร้อยคน
สถานการณ์แบบนั้นคงโทษใครไม่ได้นอกจาก “ฟีฟ่า” ที่บริหาร และจัดการเรื่องโควต้านักข่าวที่เดินทางมาทำข่าว และจำนวนตั๋วนักข่าวได้ไม่สมดุล
แต่ครั้งนี้ ผมเห็น “โดโด้” ลงชื่อคนที่ 69 โดยประมาณก็คาดการณ์ว่า “คิว” ทั้งหมดคงไม่เกิน 100 คน และก็จริงที่ “ลูกแม่กิ่ง” โชคดีได้ดูบอลสดนัดเปิดสนามในเวทีฟุตบอลยุโรปเป็น “ครั้งแรก” ในชีวิต
(สรุปได้ว่า waiting lists ครั้งต่อ ๆ ไปก็คงโอเคเช่นกัน)
อารมณ์ก็คงประมาณเด็กได้ “ทอฟฟี่” จากผู้ใหญ่แหละครับ เพราะทันทีที่เจ้าหน้าที่ “ยูฟ่า” เรียกชื่อกระท่อนกระแท่นว่า “เมธา พานวา…(พันธุ์วราทร)” โดยไม่ต้องรอให้เรียกครบ
“ลูกแม่กิ่ง” ก็ยกมือปั๊บไปรับตั๋ว และดุ่ยไปให้สัมภาษณ์พี่แต๋น และน้องแบงค์จาก “ช่อง 7″ ทันทีซึ่งผมก็ได้สัมภาษณ์ไปด้วย และได้ออกอากาศไปแล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเวลา 6 โมงเย็น

ตามประสบการณ์อีกเช่นกันครับ ผมมองว่า ยังไง ๆ “ยูฟ่า” ก็บริหารจัดการในส่วนอำนวยความสะดวกนักข่าวเรื่องตั๋วดูบอล และอื่น ๆ ได้ดีกว่า “ฟีฟ่า” ที่งวดบอลโลกที่เยอรมันนั้นจัดว่าทำงานได้ “อลหม่าน” สุด ๆ
แต่น่าแปลกครับว่า ครั้งนี้ที่ “ยูโร 2008″ กลับไม่มีรถรับ/ส่งนักข่าวที่เรียกว่า Media Shuttle Bus จากสนามสู่สถานีรถไฟหลักเหมือนที่ผ่าน ๆ มาซึ่งก็ไม่ทราบครับว่า เพราะอะไร?
หรือจะเพราะความมั่นใจในระบบขนส่งของตัวเอง…ซึ่งก็ต้องพิสูจน์กันต่อไปในเกมที่เหลืออยู่นะครับ
“ตบท้าย” กันเล็กน้อยที่เกมนัดเปิดสนามซึ่งสาธารณรัฐเชกชนะไป 1-0 ในเกมที่มีโอกาสน้อยกว่าทว่าจังหวะดีกว่า และคมกว่า
“คีย์” เกมนี้อยู่ที่ความผิดพลาดของ ฟิลลิป เซนเดอรอส (อีกแล้วครับท่าน) ที่ดันเช็กออฟไซด์ไม่ดีจนตัวสำรอง แยน โคลเลอร์, วักลาฟ สเวอร์คอส ยิงแฉลบ ๆ กึ่งหน้าแข้งกึ่งหลังเท้าเข้าไป

คือผมกำลังพูดว่า สวิสที่เล่นได้ดีกว่าในแง่สร้างสรรค์โอกาสได้มากกว่าซึ่งหากไม่ชนะก็ไม่เป็นไร แต่ก็ไม่ควรแพ้ เฉพาะอย่างยิ่งด้วย Manner แบบนี้
การบาดเจ็บหัวเข่าซ้ายจนต้องพลาดทั้งทัวร์นาเมนท์ของนักเตะที่ดีที่สุด และเป็นกัปตันทีมอย่าง อเล็กซานเดอร์ ไฟร์ ยัง “ตอกย้ำ” และเป็น “เฮดไลน์” เกมนัดนี้ยิ่งกว่า ทุกประเด็นเกี่ยวกับเช็กที่ทัวร์นาเมนท์นี้ไม่เหลือคราบทีม “จอมบุก” จากเมื่อครั้ง “ยูโร 2004″ อีกแล้ว
ครับ แม้คาเรล บรูกเนอร์ จะปรับทีม + ทัศนคติไปตามผู้เล่นที่มี แต่ทีเด็ดทีขาดในแนวรุกนั้นน้อยเกินไป และจะเป็นได้ดีที่สุดก็แค่ทีมระดับรอบ 8 ทีมสุดท้ายเท่านั้น หรืออาจไม่ผ่านตุรกีซะด้วย
ส่วนสวิสนั้นคงต้อง “บ๊าย บาย” ยูโรครั้งนี้แล้วหากไม่มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นซะก่อน…ซึ่งก็ไม่น่ามี
ครับ ไว้พรุ่งนี้ค่อยมาคุยกันต่อในประเด็นที่เก็บได้จากการซ้อมก่อนเกมใหญ่ อิตาลี – ดัตช์ ที่ผมไม่เคยดูการซ้อมระหว่างทัวร์นาเมนท์ของทีมต่าง ๆ มาก่อนเลย
ตื่นเต้นนะเนี่ย…แล้วพบกันครับ
—————————