Day 10: 12.06.08
ผมเดินทางแบบนวยนาดจริง ๆ ไป/กลับบาเซิลหลังยิ่งกว่ากรำศึกบนสังเวียนมวยครบ 12 ยก เพราะทริปไปอินส์บรุก Day 8 เพื่อดูเกม สเปน – รัสเซีย นั้น “ลำบากมาก” อย่างที่ได้เรียนให้ทราบไปแล้ว
เกม สวิส – ตุรกี Day 9 ที่บาเซิลก็ดันแปลกที่ฟ้าดันพิโรธโกรธาประหนึ่งจะเป็นสักขีพยานในความพ่ายแพ้ของเจ้าถิ่นยังไงก็ไม่ปาน
ผมชมเกมคู่นี้ที่สนาม St.Jacob-Park อยู่หลังซุ้มม้านั่งสำรองสวิสในแถวที่ 7 และก็ต้องโดนอานิสงฆ์พายุฝนระดับ Monsoon หรือฝนโซนร้อนแบบบ้านเราเข้าเต็ม ๆ
เรียกได้ว่า ตอนแรกก็ฝืนนั่งอยู่ เพราะมีเสื้อกันฝน แต่ตอนหลังไม่ไหวแล้วล่ะครับ เพราะทั้งเม็ดใหญ่ + แรงจนต้องวิ่งหลบฝนขึ้นมาแอบยืนด้านบนทั้งที่อัฒจรรย์ส่วนนี้มีหลังคาปกคลุม
สภาพสนามซึ่งเป็นสนามเหย้าของ เอฟซี บาเซิล ก็สู้ไม่ไหวเหมือนกัน และเปียกชุ่มจนผม “แอบหวั่น” ว่า หากตกหนักแบบไม่ลืมหูลืมตาเช่นนี้ เชิ้ตดำ ลูบอส มิเชล จากสโลวะเกียจะทำอย่างไร?
ภาษาอังกฤษเค้าเรียกว่า waterlogged หรือน้ำขังสนาม เพราะหลายจุดในสนามนั้นลูกบอลไม่กลิ้ง หรือกลิ้งไม่เป็นปรกติซึ่งตามกฎ “ฟีฟ่า” กรรมการมีสิทธิ์ยกเลิกการแข่งขันได้ หากสถานการณ์แย่กว่านี้
แต่ “โชคดี” ครับที่ฝนซึ่งโหมกระหน่ำลงมาประมาณ 20-30 นาทีได้ซาลงก่อนหมดครึ่งแรกประมาณ 5 นาที และหยุดสนิทตอนพักครึ่ง
ทว่านั่นไม่ทราบว่าจะเป็น “ผลดี” กับเจ้าภาพ สวิสที่ออกนำไปก่อนหรือเปล่า!?
ส่วนตัว ผมทำนายผลคู่นี้ได้ถูกเป๊ะ 2-1 โดยตุรกี เพราะเป็น “บอลใหญ่” กว่า และมีทีเด็ดทีขาดในแดนหน้านำโดยกัปตันทีมในนัดนี้ นิฮัต มากกว่าสวิสที่การสูญเสีย อเล็กซ์ ไฟร์ มีผลมากเพราะสถิติการยิงในระดับนานาชาติที่สูงของไฟร์
นัดนี้ ไฟร์ก็ถือไม้เท้าเดินมาชมเพื่อน ๆ ถึงขอบสนามด้วยเช่นกัน แต่ “สปิริต” ของเค้า + คนในชาติ และในสนามเกือบ 4 หมื่น + ฝนในครึ่งแรก + ฯลฯ และฯลฯ ต่างก็ไม่สามารถสู้ “คุณภาพ” ที่เหนือกว่าของตุรกีได้
ส่วนตัวผมเขียนถึงเรื่อง “ฝน” ไปเยอะในการรายงานสดจากสนามเมื่อวานนี้ เพราะ “คีย์” นั้นอยู่ที่สภาพสนามแบบนั้น ไม่ต้องนักเตะระดับโลก หรือดีที่สุดในโลกหรอกครับ
ให้เป็นนักเตะระดับตำบลบ้านเราก็สามารถสู้ได้ หรือเผลอ ๆ จะดีกว่าด้วยซ้ำ
ผมมองว่า หากฝนไม่ตก ตุรกีน่าจะเอาชนะสวิสได้ง่ายกว่านี้ เพราะครึ่งแรกต้นเกมก่อนฝนจะเทลงมา ลูกทีมของฟาติห์ เตริม กำลัง “คอนโทรล” เกมได้ และสตาร์ตเกมได้โพสิทีฟอย่างมาก
แต่ฝนที่ตั้งเค้า “ดำมืด” ตั้งแต่ต้นเกมก่อนจะเทห่าลงมาได้เป็นเสมือน “หมัดน็อค” ให้นักเตะเติร์กที่พักหลังผมแอบมองว่า ชนชาตินี้พยายามทำตัวยกระดับขึ้นมามากขึ้นทุกวัน ๆ ราวกับเป็นทีมชาติอิตาลีทั้งสไตล์, ท่าทาง และอื่น ๆ ไปไม่เป็น
เรียกได้ว่า ฝนที่ตกตรงนี้หนาวถึงตุรกีมากกว่า เพราะนักเตะสวิสปรับตัวได้ดีกว่า และไม่สนว่าจะเล่นรูปแบบใด…ขอเพียงแค่บอลเดินหน้า และไปถึงปากประตูตุรกีเป็นใช้ได้
สุดท้ายเจ้าบ้านก็ได้เฮก่อนจาก “ลูกเลี้ยง” ฮาคาน ยาคิน นักเตะเชื้อสายเติร์กที่ไม่ได้แสดงความยินดีแบบโฉ่งฉ่างหลังทำประตูที่สำคัญที่สุดในชีวิต แต่ง่ายที่สุดในชีวิตเช่นกันได้สำเร็จ
เขียนถึงตรงนี้ก็น่าเสียดายอีกจังหวะหลังจากนั้นที่ยาคินแปรโล่ง ๆ หลุดกรอบไป หาไม่แล้ว 2-0 น่าจะปิดหีบกำลังใจตุรกีได้
และนั่นก็จะหมายถึงการใช้โอกาส + ความได้เปรียบจากฝนได้อย่างสมบูรณ์แบบของลูกทีม จาค็อบ คูห์น เลยทีเดียว
เมื่อฉวยโอกาสไม่ได้เต็มที่ และอย่างที่ตำราฟุตบอลได้บอกไว้เสมอว่าสกอร์ 1-0 อะไรก็ยังเกิดได้
“คลาส” ที่เหนือกว่าของตุรกีจึงค่อย ๆ ฉายในครึ่งหลัง และก็ด้วยโชคที่ไม่มีในครึ่งแรกทั้งจากจังหวะเสียประตูที่บอลติดน้ำหน้าประตูตัวเอง และจากจังหวะที่เอมเร่ อาซิค บอลหล่นใส่หัวไปชนเสาแทนที่จะเป็นตาข่ายสวิส
คราวนี้ลูกยิงช่วงทดเจ็บของอาร์ดา ตูราน พุ่งแฉลบปาทริก มูลเลอร์ เข้าเป็นประตูชัยให้ทีมพลิกชนะได้
และก็อาจเป็นการคัมแบ็กที่สมบูรณ์แบบเหมือน “ยูโร 2000″ และ “บอลโลก 2002″ ที่แพ้นัดแรกแต่พลิกสถานการณ์มาเข้ารอบน็อคเอ๊าท์ได้สำเร็จอย่างเหลือเชื่อพร้อม ๆ กับ “น้ำตา” ชาวสวิสที่บาเซิล และทั่วประเทศ
ครานี้ก็เหลือแค่เกมกับสาธารณรัฐเชควันอาทิตย์ที่ 15 มิ.ย.ที่เจนีวาที่ผมจะไปดูนั่นแหละครับว่า ตุรกีจะทำได้สำเร็จอีกหรือเปล่า?
ในเวลาที่โปรตุเกสเข้ารอบแล้วพร้อม ๆ กับข่าว “บิ๊กฟิล” สโคลารี่ ย้ายไปคุมเชลซีในซีซั่นหน้า และสวิสเป็นทีมแรกที่ตกรอบใน “ยูโร 2008″ หนนี้
…สุดท้ายที่จะไม่พูดไม่ได้ก็คือ เรา 2 คน: ผม และ “ลูกแม่กิ่ง” ต้องขออภัยด้วยที่ต้องปรับแผนใน Day 10 ที่ตอนแรกตั้งใจจะไปดู เยอรมัน – โครเอเชีย ที่คลาเกนเฟิร์ต
สุดท้ายเมื่อผมไม่สามารถจองรถไฟเที่ยวกลับ 10 ชั่วโมงได้ เราจึงปรึกษา (กันเอง) ว่าจะสละสิทธิ์นัดนี้ เพราะวิเคราะห์จากสถานการณ์หลังเกมต่าง ๆ ที่ต้อง “แย่งเก้าอี้” นั่งรถไฟกลับบ้านทุกนัด (แม้จะฟรี) แล้ว
งานนี้กว่า 10 ชั่วโมงตอนกลางคืนคงไม่คุ้ม แต่พรุ่งนี้จะเก็บบรรยากาศต่าง ๆ ที่ได้ไปทำมาร่วมกันใน Day 10 ไล่ตั้งแต่ไปเมืองโลซาน และเยี่ยมพิพิธภัณฑ์โอลิมปิกกระทั่งถึงบรรยากาศที่ “แฟนโซน” ที่เบิร์นมาให้ทราบกันแทนนะครับ
ยังไงก็ต้องขออภัยมา ณ.ที่นี้ด้วย และขอบคุณทุกท่านสำหรับการติดตามเหมือนเคย…แล้วพรุ่งนี้พบกันใหม่นะครับ
————-