Day 13: 15 มิ.ย. 2008
สวัสดีประจำ Day 13 ที่อีกสักพักหนึ่งผมคงต้องเปลี่ยนจากนับวันเดินหน้าเป็น “เคาต์ดาวน์” กลับเมืองไทยแล้ว…เย้ ๆ ๆ ๆ
วันนี้ผมมีคิวเดินทาง 157 กิโลเมตรจาก “เบิร์น” สู่ “เจนีวา” เพื่อชมเกมนัดสำคัญ และมีความหมายของกลุ่ม A ระหว่าง สาธารณรัฐเชค – ตุรกี ที่ “รายงานสด” จาก สต๊าด เดอ เจนีฟ คุณผู้อ่านสามารถติดตามได้จากหน้าข่าวต่อนะครับ
ระยะทางดังกล่าวด้วยรถไฟสวิสก็จะกินเวลาแตะ ๆ 2 ชั่วโมง แต่ด้วยวิวสวย ๆ เฉพาะอย่างยิ่ง “ทะเลสาบ” และ “ไร่องุ่น” ก่อนถึงโลซานน์ (ป้ายใหญ่ก่อนเจนีวา) ยังไง ๆ ก็คุ้ม เพราะเหนือคำบรรยายจนผมคุยกับ “ลูกแม่กิ่ง” บ่อย ๆ ว่า “ต่อให้กล้องถ่ายรูปสุดยอดขนาดไหนก็ไม่สามารถเก็บความงามได้หมด หรือเหมือนเห็นด้วยตาเป็น ๆ หรอกครับ”
ก็ถือว่าดีนะครับกับการออกมาขึ้นรถตอนเที่ยง ๆ และถึงแค่บ่าย 2 โมงอันทำให้มีเวลาได้ชมเมืองมากมายพอควรที่ไว้พรุ่งนี้ผมจะมาเล่าให้ฟังต่อแล้วกันนะครับ
วันนี้ยังถือว่า ผมเอง “สดชื่น” หน่อย เพราะเมื่อวานวันเสาร์ที่ 14 มิ.ย.2008 อันเป็น Day 12 นั้นไม่ได้ทำอะไรที่เสียพลังมาก เช่น เดินเป็นกิโลฯ นอกจากซักผ้าที่ใส่ 10 กว่าวันด้วยเครื่องหยอดเหรียญตอนเช้า และเลี้ยงเด็ก…น้องเอเดน ลูกชายเคนนี่ + น้องใหม่ ลูกครึ่งสกอต/ไทยก่อนพาเอเดนไปส่งคุณแม่ที่ร้านอาหารไทย/เอเชียตอนบ่าย 2 โมง
สำหรับการเลี้ยงเด็กที่นี่นั้น ข้อมูลที่น่าสนใจที่ผมพอจะเก็บมาฝากกันได้บ้างวันนี้ก็คือ ราคามาตรฐาน (ที่ไม่ใช่ฝากพรรคพวก หรือคนข้างบ้านเลี้ยง หรือให้ผม กับโด้ดูแล 55) จะอยู่ที่ราว ๆ 8 – 16 ฟรังก์/ชั่วโมง (1 ฟรังก์ ประมาณ 30 บาทไทยนะ)
ราคาจะ “แปรผัน” ผกผันกับอายุนะครับ เพราะยิ่งอายุน้อยจะยิ่งแพง และจะแพงที่สุดกับเด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ (16 ฟรังก์)
แต่ทุกวัยจะถูกฝากได้ไม่เกินวันละ 3 ชั่วโมง หาใช่มีตังค์ก็เอาไปฝากได้เป็นวัน ๆ นะครับ
ประเด็นนี้ยังต่างจากการนำเด็กไปฝากที่โรงเรียนดูแลเด็กเล็ก หรือ Kindergarten ที่อันนั้นก็จะอยู่ได้นานหลายชั่วโมงหน่อย และค่าฝาก หรือค่าเรียนก็จะคำนวณตาม “รายได้” ของผู้ปกครอง
คิดแล้วมันจึงไม่ใช่ “เรื่องง่าย” นะครับที่จะมี “ไอ้ตัวเล็ก” อยู่เมืองนอกที่เจริญแล้วอย่าง สวิตเซอร์แลนด์ที่ตอนนี้น้องใหม่ + เคนนี่ต้องจ่ายค่าดูแลเจ้าเอเดนให้โรงเรียนที่ไปสัปดาห์ละแค่ 3 วันถึง 700-800 ฟรังก์ต่อเดือน
เมื่อหักค่าภาษี, ค่าเบี้ยประกันรักษาพยาบาล, ค่าเงินบำรุงกองทุนเกษียณอายุ, ค่าบ้าน, ค่าน้ำ/ไฟ ฯลฯ เงินเดือนรวมกันกว่า 2 แสนก็แทบไม่เหลือแล้วครับ
นี่หากว่า เคนนี่ได้งาน “คาสิโน” ที่มาเก๊า ทั้งใหม่ + เคนนี่ และเอเดนก็คงได้กลับมาอยู่ใกล้บ้าน เพราะค่าเครื่องบินไทย – มาเก๊า แค่สัก 3 พันบาทเองมั๊ง อีกทั้งเมื่อหักกลบลบหนี้แล้วยังไงก็คุ้มกว่า…เหมือนที่ผมกลับจากอังกฤษมาอยู่บ้านเรานั่นแหละ ^_^
ร่ายมาซะเยอะ…พอส่งเด็กเสร็จเราก็แยกไปตะลุยเมือง + แฟนโซนฟุตบอล 2 คู่ที่ “ลูกแม่กิ่ง” คงได้เก็บภาพ/บรรยากาศในส่วนนั้นมาฝากนะครับ
…ในส่วนของเกม Day 12 กลุ่ม D ที่ผ่านมานั้น แทบทุกอย่างเป็นไปตามคาด เฉพาะอย่างยิ่งในส่วน “ไฟนอลสกอร์” ที่สเปน และรัสเซียต่างชนะ
ทว่าในส่วน “รูปเกม” ก็ต้องยอมรับกันไม่มากก็น้อยว่า ต่างจากที่ “คาดหมาย” พอดู
สเปน แม้จะเก็บ 3 แต้มเต็มแต่ทว่าต้องรอถึงช่วงทดเจ็บที่ ดาวิด บีญ่า “ขโมยซีน” เฟอร์นันโด ตอร์เรส อีกครั้งในความ “ผิดพลาด” เดียวของแผงหลังสวีเดนในนัดนี้
โดยรวม ลูกทีมของ ลาร์ส ลาเกอร์บัค แสดงให้เห็น “กลยุทธ์” ในการ “รับมือ” หรืออาจจะถึงกับใช้คำว่า “ต่อสู้” กับสเปนได้สมน้ำสมเนื้ออยู่ 2 จุดใหญ่ ๆ ด้วยกัน:
1.เจอสเปนไม่ต้องคิดอะไรมาก การเล่นฟุตบอล “Route 1″ หรือเส้นทางที่ 1 หรือโยนยาวเข้ากรอบเขตโทษเพื่อให้ถึงที่หมายเร็วที่สุดน่าจะเป็นวิธีเดียวที่จะทำประตูสเปนได้ง่ายสุด
กล่าวคือ นักเตะกระทิงดุชุดนี้แม้จะมี “เทคนิค” และ “ทักษะ” ดีที่สุดในทัวร์นาเมนท์อย่างที่ผมได้เรียนไปแล้ว แต่ความ “แข็งแกร่ง” และ “สรีระ” ต้องยอมรับว่า “เป็นรอง” คู่แข่ง
ลูกทีมของ หลยุส์ อราโกเนส น่าจะมีค่าเฉลี่ย “เตี้ยสุด” ในทัวร์นาเมนท์อย่างไม่ต้องสงสัย และด้วยเหตุนี้ผมจึงคิดว่า สวีเดนทำได้ดี และเล่นงานสเปนที่เกมรับไม่ดีอยู่แล้ว “ป่วน” ไปได้มากกว่าที่หลายคนคิด
2.การเน้น Closing down หรือบี้เร็ว + บี้ติด ตั้งแต่กลางสนามเพื่อตัดการทำเกมของสเปนก็จัดว่า สวีเดนทำได้ดีจนน่าจะ “สรุป” ได้เลยว่า หากไม่เป็นเพราะความสามารถเฉพาะตัวล้วน ๆ ของตอร์เรส และบีญ่า
สเปนอาจคลำเป้าไม่เจอในนัดนี้ก็เป็นได้!!!
ขณะที่คู่ รัสเซีย – กรีซ ผมยินดีที่ลูกทีมกุส ฮิดดิ้งค์ ชนะเพราะเล่นฟุตบอลได้ “โพสิทีฟ” กว่า แต่ก็น่าเสียดายแทนกรีซที่ครั้งนี้ไม่สามารถใช้ทีเด็ดที่เคยทำให้ได้แชมป์ “ยูโร 2004″ มาใช้ได้เหมือนเคย
ครับ ผมกำลังหมายถึง “ลูกกลางอากาศ” ที่ลูกโหม่ง เช่น เหน่ง ๆ โดยคาริสติอาสในครึ่งแรก “วืดไป” แบบเหลือเชื่อ
ครั้นพอยิงตีเสมอได้ท้ายเกม กรรมการก็เป่าล้ำหน้าทั้งที่ไม่ล้ำ หาไม่แล้วเกมอาจเปลี่ยนได้เหมือนกัน
จุดนี้ยังไม่นับความ “ผิดพลาด” ส่วนบุคคลแบบเกินอภัยของนายทวารนิโคโปลิดิสที่ทะเล่อทะล่า และ “จั่วลม” ทั้งนัดนี้ และนัดที่ผ่านมากับสวีเดนในจังหวะสำคัญ
ขณะเดียวกัน หากรัสเซีย เฉพาะอย่างยิ่ง โรมัน พาฟลูเชนโก้ ที่ “เด่นมาก” และทำได้ทุกอย่างยกเว้น “ยิงประตู” ไม่พลาดยิงนกตกปลาอย่างน้อย ๆ 3 หน กรีซก็คงตายสนิทไปนานแล้วเช่นกัน
ส่วนตัวแล้ว ผมชอบพาฟลูเชนโก้นะครับ เพราะเห็นว่าทักษะ + ความเร็วสุดยอดสำหรับคนสูง 6 ฟุต 4 นิ้ว แต่อายุเยอะไปนิดคือ 27 ปีแล้ว
ที่น่าสนใจคือ นัดหน้า อังเดร อาร์ชาวิน จะกลับมาจาก “ติดแบน” ดังนั้นความกดดันบนบ่าพาฟลูเชนโก้น่าจะน้อยลงจนน่าจะเล่นได้ดียิ่งขึ้นครับ
…เอาล่ะครับ และตัดมาที่เจนีวาอีกครั้ง และขณะนี้ก็เวลาเกือบ 4 โมงเย็นแล้ว ขณะที่ผมเองก็ปั่นงานอยู่ที่ร้านกาแฟชื่อดังเจ้าเก่าติดแฟนโซนพอดิบพอดี และก็คงต้องส่งงานชิ้นนี้จากที่นี่แล้ว เพราะแฟนบอลเริ่มจะเสียงดัง + หนาตาขึ้นเรื่อย ๆ
เจ้าหน้าที่ก็แนะนำครับว่า ต้องไปถึงสนามก่อนเวลาจริง 2 ชั่่วโมงเพื่อรับประกันความ “ปรกติ” ของการเดินทางที่หลัก ๆ จะมีรถรางไปถึงจนใกล้สนาม
แล้วจากสนามจะเป็นอย่างไรต่อไปกับอีกหลาย ๆ ประเด็นที่น่าสนใจของเมืองเจนีวา…พรุ่งนี้เราค่อยมาว่ากันต่อครับ
—————–