Day 14: 16 มิ.ย.2008
ผม กับ “ลูกแม่กิ่ง” ต้องเขียนบทความชิ้นนี้แทบจะทันทีหลังเกมนัดสุดท้ายกลุ่ม A ทั้ง 2 คู่ที่เราแยกย้ายไปทำงานจบสิ้นลงเพราะมีคิวต้องไปขึ้นยอดเขา “ยุงเฟรา” อันเลื่องชื่อของสวิตเซอร์แลนด์ตั้งแต่เช้าตรู่ Day 14
ไปฟรี…ตังค์อยู่ครบอีกแล้วล่ะครับด้วยการอุปการะคุณของ “Media Centre” เมืองเบิร์นที่เราไปจองตั๋วกันมาในวันมีเกมที่ออสเตรียที่ต้องว่างโดยปริยายอีกครั้ง เพราะรถไฟไม่มีที่นั่งขากลับการันตี
จะเลี้ยงเด็กอีกก็คงไม่ไหว หรือจะซักผ้าก็ยังไม่ถึงเวลา เพราะเพิ่งซักไป (ฮา)
เรียกได้ว่า หากหมดทริปขึ้นเขาไปดูสถานที่เล่นสกีตลอดปีเพราะหิมะปกคลุมโดยตลอดแล้ว
ผม กับ “โด้” ก็น่าจะได้ชื่อว่า “มาถึงสวิส” แล้วนะ เพราะทะเลสาบดัง ๆ ก็ไปมาหมดแล้ว คราวนี้ก็เหลือยอดเขาสูงนี่แหละ
และ “ยุงเฟรา” ซึ่งตั้งอยู่เขตการปกครองแคว้นอินเทอร์ลาเกน พันธรัฐเบิร์น ความสูงกว่า 4,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล และสูงสุดในบรรดากลุ่มเทือกเขาแอลป์ส ในแผ่นดินสวิส คือ สุดยอดปรารถนาของนักท่องเที่ยวอย่างแท้จริง
เกริ่นเรียกน้ำย่อยไว้แค่นี้ก่อนแล้วกัน พรุ่งนี้ค่อยมาว่ากันต่อครับ…
สำหรับประเด็นที่น่าสนใจใน Day 13 ที่ผ่านมาโดยส่วนตัวนั้นอยู่ที่การได้มาเมืองยอดนิยมอันดับ 2 ของประเทศรองจากกรุงซูริค
หากคุณผู้อ่าน “เสิร์ช” เข้าไปอ่านเพิ่มเติมในเว็ปไซต์ เช่น Wikipedia ก็ยังจะพบเนื้อหาน่าสนใจมากมายเกี่ยวกับเมืองนี้
ผมเองสนใจในแง่ที่ “เจนีวา” นั้นเป็นศูนย์กลางของยุโรป และเป็นเมืองที่องค์การ และองค์กรระดับโลกมากมายกว่า 200 ชื่อเลือกที่นี่เป็น “สำนักงานใหญ่” นำโดยองค์การสหประชาชาติ (ยุโรป), สภากาชาด, องค์การการค้าระหว่างประเทศ (WTO), องค์การอนามัยโลก (WHO) ฯลฯ
(อ้อ…เขียนถึงตรงนี้คงต้องขออภัยนะครับที่วันก่อน ผมเรียนไปว่า “ฟีฟ่า” ตั้งอยู่เจนีวา จริง ๆ แล้วอยู่ซูริคนะครับ ขณะที่ “ยูฟ่า” นั้นอยู่เมืองนียง (Nyon) ใกล้ ๆ กับเจนีวาครับ)
ดังนั้นความเป็น “นานาชาติ” ของเมืองนี้จึงค่อนข้างสูง และยิ่งหรูหราอันสังเกตได้จาก “เมืองเก่า” ฝั่งตรงข้ามสถานีรถไฟหลักที่ถูกแบ่งโดยแม่น้ำโรน (Rhone) ที่ “วูบแรก” ผมก็รู้สึกได้เลยว่า “แบรนด์เนม” เยอะจังในส่วนช็อปปิ้งเซนเตอร์แถบนี้
บรรดาขาช็อปปิ้งน่าจะทราบนะครับว่า หากมีแบรนด์ A-lists อย่าง หลุยส์ วิคตอง, Bally ฯลฯ อยู่ย่านไหน ย่านนั้นน่าจะเรียกได้ว่า มีกำลังซื้อ และมีความเป็นนานาชาติสูง
มันทำให้ผมนึกถึงตอนไปเยอรมัน 2 หนในปี 2005 และ 2006 นะครับที่แหล่งช้อปปิ้งที่ดูดี และไฮโซที่สุดดูจะอยู่ที่ดุสเซลดอร์ฟที่พอเดินเข้าไปแล้วมันรู้สึกได้ว่า “แตกต่าง”
“ไฮไลต์” นอกสนามอีกเรื่องที่อยากเก็บมาฝากก็คือ การ “โชคดี” ได้เจอคุณฟิลิปป์ เปริตา เจ้าหน้าที่อาสาสมัครชาวสวิสที่เพรสเซนเตอร์ที่นี่
คุณพิเชษฐ์ เกิดวิชัย จาก “เดลินิวส์” เค้าไปเจอก่อน เพราะคุณฟิลิปป์กำลังให้สัมภาษณ์ “ช่อง 7″ อยู่เป็นภาษาไทย
คุยไปคุยมาเลยได้รู้ว่า แกไปอยู่ภูเก็ตตั้งแต่ 1987 และแต่งงานกับหญิงไทยในปี 1994 มีลูกชาย/หญิงอายุ 13 และ 11 ปีก่อนจะกลับมาอยู่สวิสเมื่อปี 2003 เพราะลูกชายป่วยหนักจนต้องพึ่งระบบรักษาพยาบาลสวิส
คุณฟิลิปป์ปัจจุบันอายุ 49 ปีแล้ว และเคยเป็นนักกีฬาสกีมาก่อนได้รับบาดเจ็บจนต้องเลิก และหนีไปอยู่ประเทศร้อนอย่างบ้านเรา
โดยประเด็นที่ผมสนใจนอกเหนือจากความเก่งกาจภาษาไทยของเค้าก็คือ กระบวนการคัดเลือกอาสาสมัคร
ที่เมืองเจนีวามีคนสมัคร 2,500 คน และได้คัดไปสัมภาษณ์ 1,000 คนก่อนเหลือ 500 คนซึ่งคุณฟิลิปป์คือหนึ่งในนั้น ขณะที่ “ภาพรวม” อาสาสมัครก็คือ งานนี้มีคนสมัครทั้งสิ้น 10,000 คน และได้รับเลือก 5,000 คนด้วยกัน
อื่น ๆ นอกเหนือจากนี้ก็เป็น “มุมมอง” ทั่ว ๆ ไปทั้งของสวิส และไทยในมุมของคนมีประสบการณ์ทั้ง 2 ชาตินะครับ…ซึ่งก็ต้องขอบคุณ + เป็นประโยชน์กับผมอย่างยิ่ง
…กระโดดข้ามมาที่เกมนัดนี้นะครับ ผมเองเชือว่า ความมันส์ + ดราม่าระดับ 5 ดาวครึ่งเช่นนี้ ผมคงแทบไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว
อีกอย่างหนึ่งก็คือ เมื่อวานนี้ก็ได้รายงานสดจากสนามให้อ่านไปแล้ว และก็ต้องบอกทุกท่านด้วยว่า นี่เป็นหนึ่งในนัดที่ “เขียนสด” ยากที่สุดของตัวเอง
ผมเองต้องเปลี่ยนพล็อต และมุมมอง “ภาพรวม” ของเกมถึง 2-3 หนตอนท้ายเกมที่พลิกไปพลิกมา และเกิดเหตุการณ์สุด “เหลือเชื่อ” อันเป็นความผิดพลาดส่วนบุคคลของ ปีเตอร์ เชค ที่ทำให้ตุรกีที่ก็เล่นได้ดีกว่าจริงในครึ่งหลังมีวันนี้
ก็เอาเป็นว่า ผมยกฉายา “Comeback King” ให้ตุรกีไปแล้วกันหลังสร้างปรากฎการณ์ “คัมแบ็ก” ได้ 3 หนแล้วในทัวร์นาเมนท์นี้
1.แพ้เกมแรกต่อโปรตุเกสแล้วกลับมาชนะรวด 2 เกมเข้ารอบน็อคเอ๊าท์ได้
2.คัมแบ็กจากการตามหลังสวิส 0-1 มาพลิกชนะ 2-1 ในวินาทีสุดท้าย
3.คัมแบ็กยากกว่าจากการตามปีเตอร์ เชค และสาธารณเช็ก 0-2 ก่อนพลิกแซงวินาทีสุดท้ายเช่นกัน 3-2
ประเด็นเสริมจาก “รายงานสด” เมื่อวานที่ผมอยากจะพูดถึงที่สุด (เพราะพูดได้ไม่ทั้งหมด) ก็คือ ภาวะผู้นำของ นิฮัตที่ “สมบูรณ์แบบ” ในลักษณะที่เรียกว่า Cool, Calm and Collected
หรือนิ่ง, ใจเย็น และรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดีจริง ๆ เฉพาะอย่างยิ่งตอนกระตุ้นลูกทีมให้สู้ และปรามลูกทีมให้ใจเย็นตอนทุกคนกำลังร้อน
2 ประตูในนัดนี้ของหัวหอกบีญาร์เรอัลยังเป็นสุดยอดความฝันที่เด็กผู้ชายทุกคนในโลกถวิลหาจริง ๆ นั่นคือ เป็นกัปตันทีมชาติ และยิงประตูชัยพาชาติบ้านเกิดเมืองนอนเข้ารอบ
อีกคนคือ ตุนกาย ชานลี่ ที่สู้ทุกหยดสมกับที่ไปเรียนรู้ Trade ลูกหนังจากอังกฤษจริง ๆ
สุดท้ายคือ ประเด็น “ผู้รักษาประตู” ที่โวลคาน ดิมิเรล ไม่ใช่แค่เสียฆ่าโง่โดนไล่ออก และติดแบนเท่านั้น
ผมมองว่า ผู้รักษาประตูที่ดีอย่าว่าแต่ “ฝ่ามือ” สัมผัสบอลแล้วต้องปัดพ้นประตูได้เลย แค่ “ปลายนิ้ว” ก็ต้องได้แล้วครับ
แต่โวลคานทำไม่ได้…
และปีเตอร์ เช็ก ก็ถือเป็น “ฝันร้าย” และเป็นปีที่โชคร้ายของเค้าอย่างแท้จริงที่ความผิดพลาดมีผลทั้งต่อเชลซี และทีมชาติซึ่งนัดนี้ก็พลาด “เสาแรก” ในประตูแรก และรับหลุดในลูกสองจนทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมด
พื้นที่หมดแล้วครับ ไว้พรุ่งนี้ค่อยมาพบควันหลงจาก “ยุงเฟรา” และเรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจกันต่อครับ
———————
เสียดายแทนตุรกี เกือบได้เข้าชิงแล้วเชียว
ถ้าทีมไม่พิการซะก่อนอาจมีแชมป์ไม้ประดับนะเนี่ย
แทงค์กิ้ว “น้องอู๋” Ars.Bug มั่ก ๆ กับคอมเมนต์นะ…ไงติดตามกันเรื่อย ๆ นะ แต่อย่าลืมซื้อ “คิกออฟ” ด้วยล่ะ อิ ๆ