Day 16: 18 มิ.ย.2008
ผมเขียนบทความนี้ระหว่างนั่งบนรถไฟระยะทาง 587 กิโลเมตร, กินเวลา 7 ชั่วโมงจากเบิร์นสู่ซัลซ์บวร์ก
ก็ไปกับ “ลูกแม่กิ่ง” นั่นแหละด้วยแพลนที่วางไว้อย่างดี (เกินไป) ตั้งแต่นัดแรก ๆ ว่า เกมสเปน – กรีซ จะต้องเป็นเกมที่ดีที่สุดของ “กลุ่ม ดี” เพราะเป็นนัดสุดท้ายระหว่างทีมเต็งแชมป์ “ยูโร 2008″ กับ “แชมป์เก่า”
การจองตั๋วนอนขากลับล่วงหน้าจึงถูกจัดการไว้แล้วอย่างดิบดีด้วยการจ่ายเพิ่มคนละ 7 ฟรังก์ หรือ 210 บาทเท่านั้นในที่นั่งชั้น “เฟิร์สต์คลาส” ทีี่เราไม่ต้องการไปเสี่ยงตายหาเก้าอี้เอาดาบหน้าหลังเกมในยามวิการ
ซัลซ์บวร์กเมืองบ้านเกิดของกวีนักประพันธ์ดนตรีชื่อดัง โมซาร์ต จึงถูกหมายหัว และ “บุ๊คตั๋ว” ในเกมนี้ที่สุดท้ายกลายเป็ํน “เดดเกม” ที่ร้ายกาจที่สุดของทัวร์นาเมนท์ เพราะ “ไร้ความหมาย” อย่างสิ้นเชิงสำหรับทั้ง 2 ฝ่าย
และก็แย่กว่า โปรตุเกส – สวิส ด้วย เพราะอย่างน้อยสวิสก็เป็น “เจ้าภาพ” ที่ต้องการชนะเพื่อแฟน ๆ 7 ล้านกว่าคนทั่วประเทศ
ขณะที่สเปน – กรีซ นั้นผมดูไม่ออกเลยจริง ๆ ให้ตายซิ…ไว้ไงพรุ่งนี้จะมารายงานให้ทราบแล้วกันนะครับ
ระหว่างทางบนรถไฟที่เราออกจากบ้านตั้งแต่ 8 โมงครึ่ง และจะไปถึงบ่าย 3 โมงกว่า ๆ นั้น ผมไม่ได้หลับเลย เพราะเจอเหตุการณ์มากมายราวกับตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของบทภาพยนต์
อารมณ์มันประมาณว่า ตอนแรกไม่มีใครรอบข้างผมคุยกันนะครับ แต่สักพักก็มีการเริ่มทักทายกันโดยมี “ฟุตบอล” เป็นสื่อกลาง
บ้างเดินทางไปแค่อินส์บรุก (5 ชั่วโมง) เพื่อดูเกม รัสเซีย – สวีเดน ที่มีความหมายกว่า
บ้างก็ต่อไปอีกนิด (2 ชั่วโมง) ถึงซัลซ์บวร์ก และบ้างก็เลยไปสุดสายทางทิศตะวันออกสุดระหว่าง 2 ประเทศเจ้าภาพที่กรุงเวียนนาที่จะกินเวลาทั้งสิ้น 10 ชั่วโมงครึ่ง หรือ 874 กิโลเมตรจากเบิร์น
หลังทักทายได้สักระยะก็มีชายหนุ่มใหญ่ในภาพที่เดินทางตรงมาจากอังกฤษมาเร่ขาย “ตั๋วผี” ที่มีทั้ง 2 นัดในวันนี้รวมไปถึงรอบควอเตอร์ไฟนอลด้วย

สนนราคาก็แตกต่างตาม Category หรือตำแหน่งที่นั่งในสนาม ถูกสุดก็คือ 150 ยูโร/ใบเกมสเปน – กรีซ
แพงสุดคือ 1,200 ยูโร/ใบในเกมรอบควอเตอร์ไฟนอลของสายล่างกลุ่ม C ชน D ที่แอบฟังแล้วก็ได้แต่หนาว และอยากตีกบาลไอ้หมอนี่ขโมยตั๋วจริง ๆ
สำหรับเรื่อง “ตั๋วผี” นี้ ผมเองต้องยอมรับเลยว่า “ขบวนการ” จากอังกฤษนั้นแน่มาก เพราะจะมีคนอังกฤษ (เห็นแค่ชาติเดียวจริง ๆ) อยู่ทุกหน้าสนาม หรือตามสถานีรถไฟหลักวันแข่ง
ผมเองเห็นปุ๊บก็รู้ปั๊บจากท่าทาง และวิธีการขายว่า เป็นพวกอังกฤษที่คุ้นเคยในพรีเมียร์ลีกทั้งนั้น
พวกนี้ทำกันเป็นทีม และข้อมูลส่งถึงกันแบบมืออาชีพ โดยจะรับทั้งซื้อ/ขาย และเหมือนมาจับเสือมือเปล่า…รับมาขายไปด้วยซ้ำในบางเกมใหญ่ ๆ
นอกจากรายได้จะงามพอตัวแล้ว พวกนี้ยังเหมือนกับคิดว่ามา “ฮอลิเดย์” ต่างแดนตอนซัมเมอร์ฟรี ๆ เพราะเอากำไรมาหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ
ก็อาชีพใคร อาชีพมัน และหากมี “ดีมานด์” ก็ต้องมี “ซัพพลาย” คู่กันไป และหาก “แฮปปี้” ทั้งผู้ซื้อ/ขาย…ดีลก็จบ แต่ดูดี ๆ นะจ๊ะ ไม่งั้นอาจเจอตั๋วปลอมเอาได้ ^_^
ในส่วนของเกมการแข่งขันเมื่อวานนี้ที่ได้ไปดูมา ผม “เซอร์ไพรส์” เล็กน้อยแต่ก็ไม่ถึงกับ “ตกใจ + ผิดคาด” ที่เห็นเนเธอร์แลนด์ชนะนิ่ม ๆ 2-0
โดยเทียบแบบ “บัญญัติไตรยางค์” ที่โรมาเนียยันรองแชมป์โลก และแชมป์โลก: ฝรั่งเศส กับอิตาลี ได้สำเร็จ
เฉพาะอย่างยิ่งนัดล่าสุดที่เกือบชนะหาก เอเดรียน มูตู ไม่ยิงจุดโทษพลาดด้วยแล้ว โรมาเนียไม่น่าจะแพ้เกมนี้…เป็นอย่างน้อย
สถิติในรอบคัดเลือกที่เจอกันมา ดัตช์ยังทำได้แค่เสมอ 0-0 ในบ้าน และแพ้ 0-1 คาบ้านต่อทีมผีดิบ
ดังนั้นเมื่อมาเจอกันในนัดสุดท้ายกลุ่ม ซี ที่มี “ความหมาย” สุด ๆ กับทีมของวิคเตอร์ ปิตูร์ก้า แต่ไม่มีผลกับเด็ก ๆ ของมาร์โก้ ฟาน บาสเท่น ที่ส่งนักเตะชุดสองลงสนามถึง 9 คน…โรมาเนียน่าจะมีสิทธิ์ได้ลุ้นสูงทีเดียว
ทว่า ทุกอย่างไม่เป็นเช่นนั้นครับ เพราะพลพรรคอัศวินสีส้มชั่วโมงนี้มี “ทีมสปิริต” ยอดเยี่ยม และความมั่นใจสูงมาก
นักเตะสำรองต่างก็อยาก “พิสูจน์” ความสามารถไม่นับการที่เล่นในเบิร์นทั้ง 3 นัดล้วนไม่ต่างอะไรกับการเล่น “ในบ้าน”
ที่สุดแล้ว “ไฟนอลสกอร์” จึงเป็นอย่างที่เห็น และไม่ว่าปิตูร์ก้าจะกระโดดโลดเต้นอย่างไรข้างสนาม ลูกทีมของเค้าก็ไม่สามารถทำให้ มาร์เท่น สเตเคเลนเบิร์ก เหนื่อยได้เลย
ผลการแข่งขันดังกล่าวนอกจากจะทำให้เนเธอร์แลนด์ชนะรวด 3 เกมใน “กรุ๊ป ออฟ เดธ” แล้ว ผลงานนี้ยังทำให้พวกเค้าถูกสถาปนาเป็น “เต็ง 1″ ของทัวร์นาเมนท์ได้อย่างสมศักดิ์ศรีอีกด้วย
เพราะอย่างน้อยในรอบควอเตอร์ไฟนอล ทีมอัศวินสีส้มดูเหมือนจะ “แบเบอร์” ที่สุดตอนนี้ในบรรดา “บิ๊กเนม” ด้วยกัน เพราะไม่ว่ารัสเซีย หรือสวีเดนก็ดูไม่น่าจะระคายแข้งนักเตะดัตช์ได้
ขณะที่คู่ โปรตุเกส – เยอรมัน, อิตาลี – สเปน หรือโครเอเชีย – ตุรกี นั้นล้วนแล้วแต่ hard call หรือดูยากมากกว่า
ผลการแข่งขันที่ดัตช์ชนะยัง “ปลุกผี” อิตาลีให้ตื่นด้วยการอุปการะคุณของ ดาวิด อบิดัล กองหลังที่เฟอะฟะที่สุดของโลกในเวทีฟุตบอลระดับนี้ และ “โชคร้าย” จากลูกฟรีคิกแฉลบขาเธียร์รี อองรี
หาไม่แล้ว ด้วยกองหน้าเกรดต้องการโอกาส 10 ยิงได้ 1 อย่างลูก้า โทนี่ อิตาลียังไงก็ยากจะยิงใครจาก Open play โดย “รายละเอียด” เกมนี้ติดตามได้จากคอลัมน์ “ลูกแม่กิ่ง” แล้วกันนะครับ
ปล.ภาพแอบถ่ายอาจไม่ชัดนัก และข้อมูลก็แอบฟังตอนซื้อ/ขายนะก๊าบ…
——————