-Day 18: สถานการณ์ “โรนัลโด้” โดยหัวหน้าข่าว “เดอะ การ์เดี้ยน”

Day 18: 20 มิ.ย. 2008

 

วันนี้คงขอพาทุกท่านกระโดดข้ามประเด็นการตกรอบของ “โปรตุเกส” มาที่ข่าวซึ่งทุกคนรอคอยกันดีกว่าครับ และครั้งนี้ผมได้รับเกียรติจาก Editor in chief หรือบรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์ “เดอะ การ์เดี้ยน” ของอังกฤษเป็นแหล่งข่าวสำคัญครับ

เรื่องของเรื่องคือ ผมเจอคุณเควิน แม็คคาร่า ระหว่างนั่งรถไฟ 10 ชั่วโมงจากเบิร์นไปเวียนนาเพื่อชมเกม โครเอเชีย – ตุรกี

ประกอบกับมีรายการทีวีทางช่อง “ทรูวิชั่นส์ 7″ ซึ่งผมยังไม่ทราบรายละเอียดมากนักในช่วงประมาณ 2 ทุ่มติดต่อเข้ามาถึงประเด็นดังกล่าวพอดี: “โรนัลโด้ย้ายทีม”

เรื่องแบบนี้คงต้องคน “วงใน” ครับ ดังนั้นจึงขอเวลาคุณเควินสอบถามซะเลยว่า เรื่องไปถึงไหนกันแล้วหลังแคมเปญ “ยูโร 2008″ ของโปรตุเกสรูดม่านปิดฉากอย่างเร็วตั้งแต่รอบ 8 ทีมสุดท้ายซึ่งคอมเมนต์มีดังต่อไปนี้ครับ:

“เราเชื่อกันว่า โรนัลโด้ได้พูดคุยกับเรอัล มาดริด เรียบร้อยไปแล้ว และค่าเหนื่อยถูกคาดว่าตกลงกันที่ 200,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์

ประเด็นนี้ หากนักเตะต้องการย้ายทีม สโมสรก็ไม่สามารถทำอะไรได้ แม้ลึก ๆ ผมจะเชื่อว่า หากเป็นไปได้เซอร์อเล็กซ์คงไม่อยากขายแม้จะได้ค่าตัวมาก และอาจมากถึง 70 ล้านปอนด์ก็ตาม

สาเหตุก็เพราะโรนัลโด้อายุยังน้อย และกำลังทำผลงานได้ดีชนิดที่ใครก็เทียบไม่ได้เฉพาะอย่างยิ่งการยิงประตูที่แสดงให้เห็นในซีซั่นที่ผ่านมา

แมนฯยูฯอาจนำเงินไปซื้อ เบอร์บาตอฟ หรือคนอื่น ๆ แต่มันก็ไม่เหมือนโรนัลโด้ที่อาจย้ายทีมเพราะเรอัล มาดริด เป็นทีมจากสเปนที่มีวัฒนธรรมคล้ายคลึงกับโปรตุเกส

หรือเป็นเพราะสภาพอากาศที่ดีกว่าอังกฤษ หรือเป็นทีมที่มีสีสันกว่า หรืออาจจะเพราะเงินที่ 200,000 ปอนด์/สัปดาห์นั้นแมนฯยูฯไม่สามารถจ่ายได้

เรื่องนี้ ผมคงสรุปตอนนี้ไม่ได้ แต่บอกได้แค่ว่า หากนักเตะไม่ต้องการอยู่ สโมสรก็คงไม่เก็บตัวไว้ และคงไม่สามารถทำอะไรได้”

 

ในส่วนของฟุตบอลคู่นี้: โปรตุเกส – เยอรมัน ที่ผมอยากจะเรียนเพิ่มเติมจากในส่วน “รายงานสด” เมื่อวานก็คือ:

ผมมองว่า ทั้ง 5 ประตูที่เกิดขึ้นในเกมนี้ล้วน “Defendable” หรือป้องกันได้ และเป็นความผิดพลาดเฉพาะบุคคลล้วน ๆ 

2 ประตูของเยอรมันที่เสียนั้นชัดเจน + เป็นการตอกย้ำในสิ่งที่ชาวโลกรับรู้กันอยู่แล้วว่า “จุดอ่อน” ทีมอินทรีเหล็กคือ เซนเตอร์ฮาลฟ์ที่เชื่องช้า และทางบอลไม่ดี

การยืนตำแหน่งของ เมอร์เตซัคเกอร์นั้นไม่ดีทั้งลูกแรกที่โดนโรนัลโด้โฉบไป และลูกที่สองที่เสียท่าให้ปอสติก้าโหม่งได้

ส่วนของโปรตุเกสนั้น ประตูแรกแฟร์ไรร่าโดนวิ่งแซง และเบียดชนะ “เหลี่ยมใน” โดยชไวน์สไตเกอร์ที่ต้องชม “สัญชาตญาณ” ว่า เยี่ยมยิ่งกว่าศูนย์หน้าอาชีพบางคนซะอีก

“ชไวน์นี่” ยังมีเกมโดยรวมที่ดีมากหลังติดแบนไป 1 นัด และคู่ควรกับตำแหน่งแมน ออฟ เดอะ แมตช์ + ตัวอย่างนักเตะเยอรมันในแง่ความทุ่มเท และจิตใจที่ต้องการพิสูจน์ตัวเอง

ขณะที่อีก 2 ประตูนั้นเกิดจาก “ฟรีคิก” ที่ผู้จัดการทีมฟุตบอลทุกคนทั่วโลกย่อมไม่พอใจหากลูกทีมจะเสียประตูเยี่ยงนั้น

ประตู 3-1 ที่ตอนหลังถูกขยับเป็น 3-2 ยิ่งชัดเจนว่า ริคาร์โดออกมาผิดจังหวะ + ไม่เจอบอล และไม่ใช่จุดสูงสุดของลูกบอลไม่นับที่แฟร์ไรร่าอีกเช่นกันที่ “โดนผลัก” จากด้านหลังโดยบัลลัคที่ผมมองว่า “ฟาล์ว”

แต่นั่นก็เป็น “จุดอ่อน” ของแฟร์ไรร่าซึ่งขาดความแข็งแกร่งเพียงพอกับฟุตบอลระดับนี้

โบซิงวา แบ็คขวาเชลซีรายใหม่ก็อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของทีมสิงโตลอนดอน เพราะ “เกมรับ” ยังเป็นเครื่องหมายคำถาม แม้เกมรุกจะดูดีมีสไตล์ก็ตาม

(เควิน ก็บอกว่าไม่เข้าตาเช่นกัน)

อย่างไรก็ดีครับ แม้ผลการแข่งขันจะน่าเสียดายสำหรับโปรตุเกส “เต็งหนึ่ง” ส่วนตัวของผม ทว่าก็ต้องยอมรับว่าในฟุตบอลทัวร์นาเมนท์ทีมอย่าง เยอรมัน หรือบราซิล จะไม่มีทางเป็นรองใครจริง ๆ ไม่ว่า “สถานการณ์” ของทีมจะเป็นอย่างไรก็ตาม

อีกทั้งเครื่องหมายคำถามกับทีม “เทคนิค” เยี่ยม ๆ อย่าง โปรตุเกส และสเปน ยังคงต้องมีต่อไปในยามที่พวกเค้าโดน “บี้เร็ว” และกดดันด้วยเทมโป้เกมสูง ๆ เหมือนที่เยอรมันทำในนัดนี้

หรือการป้องกัน “ลูกกลางอากาศ” ที่สเปนยิ่งแย่กว่าโปรตุเกสซะอีก เพราะนักเตะเฉลี่ยแล้วตัวเล็กกว่า

ซึ่งประเด็น “จุดอ่อน” และ “จุดแข็ง” นี้ถือเป็น “เสน่ห์” มากครับกับทัวร์นาเมนท์นี้ที่ไม่มีทีมใด “สมบูรณ์ 100%” หรือพร้อมกว่าใครแบบจะแจ้ง

หรือว่าจะแบบ “หยาบ ๆ” แล้วก็คือ ไม่มีใคร “เกมรับ” เข้าขั้นมาตรฐานที่ผมตั้งไว้เลยจนประตูเกิดขึ้นเยอะกว่าที่ควรจะเป็นอันทำให้บอลดูสนุกไปอีกแบบ

โดยนอกจากโปรตุเกส, เยอรมัน และสเปนแล้ว อีก 5 ทีมที่เหลือก็มี “จุดอ่อน” ต่างกันไป

โครเอเชีย กองหน้าไม่คม, ตุรกี ประสบการณ์น้อย และคุณภาพทีมโดยรวมเป็นรองชาวบ้าน, ดัตช์ เกมรับไม่ดี แม้จะแปลกที่ออยเออร์ยังไม่พลาดซะทีก็ตาม, รัสเซีย ก็มีปัญหาเกมรับหละหลวม และกองหน้าใช้โอกาสเปลือง และอิตาลีก็มีกองหน้าที่ใช้โอกาสเปลืองเช่นกัน

อย่างไรก็ดี แต่ละชาติก็ต้องใช้ทฤษฎีง่าย ๆ แก้ไขปัญหากันไปนั่นคือ เอา “จุดแข็ง” มาโคเวอร์จุดอ่อน

โดยเยอรมันนั้นใช้การ “ออร์กาไนซ์” ทีมที่ดี และยิ่งลงตัวในนัดนี้หลัง มาริโอ โกเมซ โดนดร็อป และปรับมาใช้กลาง 5 ตัวที่บัลลัคเป็น “ตัวฟรี”

สเปนก็มี “เทคนิคทีม” มาทดแทน และเสียบอลยาก ขณะที่ก็มีตัว “พลิกเกม” มากกว่าใคร

โครเอเชีย ก็ใช้เทคนิค และระบบที่ดีภายใต้การขับเคลื่อนของโมดริชที่พร้อมจะวิ่งไปทำเกมจากทุกมุมของสนาม

ส่วนตุรกีก็ “ใจสู้” และทีมสปิริตเยี่ยมพร้อมกับแฟนบอลหนุนหลังเยอะ

ดัตช์ และรัสเซีย ก็ได้เกมรุกที่วูบวาบด้วยความสามารถของนักเตะระดับเวิลด์คลาสที่ยิงประตูใครก็ได้อย่างแท้จริง

ขณะที่อิตาลีก็ “เก๋า” มาก เพราะค่าเฉลี่ยอายุผู้เล่นสูง และมีนายทวารที่เยี่ยมที่สุดโลก บุฟฟ่อน คอยสกรีนแผงหลังอีกชั้นหนึ่ง

ครับ ทัวร์นาเมนท์นี้ผมดูแล้วยังไงก็ไม่มีใคร “ใส” แม้จะยอมรับว่า ดูทีมจากกลุ่ม เอ และบี สด ๆ น้อยมาก หรือไม่ได้ดูเลย เพราะเตะกันที่ออสเตรียจนทำนายผลทีม 2 กลุ่มนี้ผิดเยอะ เพราะ “มิติ” ยังเข้าไม่ถึงนั่นเอง

เอนจอย เดอะ แมตช์…แล้วพบกันใหม่วันพรุ่งนี้ครับ

——————–

 

ใส่ความเห็น