Day 23: 25 มิ.ย.2008
เมื่อวานตอนบ่ายซึ่งเป็น Day 22 ของผมในแผ่นดินเจ้าภาพ “ยูโร 2008″ ผมใช้เวลาซักผ้าช่วงเช้า และเดินชมเมือง + ซื้อของฝากช่วงบ่าย
ซักผ้า…จะไม่ได้ซักอีกกระทั่งกลับบ้านวันที่ 4 ก.ค. ขณะที่ชมเมืองก็คงจะไม่ได้ทำอีก หรือก็คือจะได้เห็น “เบิร์น” แบบนี้เป็นครั้งสุดท้ายนั่นเอง
วันรุ่งขึ้น หรือ Day 23 ตอนเดินทางมาบาเซิล ผมก็มีนัดกับคุณ ปีเตอร์ กราเบอร์ หนุ่มใหญ่แฟนบอล เอฟซี บาเซิล ระดับมี “ตั๋วปี” แบบครอบครัว 3 ใบตามภาพ
คุณปีเตอร์เป็นเพื่อนกับ “เจ๊น้อย” อดีต บก.บห.ของเราที่พยายามนัดแนะให้เราได้เจอกันตั้งแต่ Day 1 แล้ว
แต่จนแล้วจนรอด และจนกระทั่งเกมที่ 5 ของตัวเองที่ดินแดน 3 ประเทศ: สวิส, เยอรมัน และฝรั่งเศสแห่งนี้ ผมถึงได้เจอกับคุณปีเตอร์จากการโทรนัดล่วงหน้า 1 วัน
ก็ต้องรอจน “วันสุดท้าย” อีกนั่นแหละ…
คำแก้ตัวของผมนั้นง่ายมากครับว่า ก่อนหน้านี้ในรอบแรก กรุ๊ปสเตจกระทั่งรอบน็อคเอ๊าท์ 8 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลเตะตลอด + ติดต่อกัน 16 วันเต็ม
ผมจึงไม่มีอารมณ์สุนทรีพอจะคิดเรื่องอื่นนอกเหนือจาก “ฟุตบอล” เฉพาะอย่างยิ่งไปเจอคนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน
ก็เหมือน “อีกภาพ” ที่ถ่ายมาฝากจากซูริกหน้าบาร์ริมแม่น้ำลิมมัตที่หน้าร้านมีป้าย “Football…what else?” นั่นแหละครับ
ได้ยิน “น้องใหม่” ภรรยา “เคนนี่” พูดแบบนี้บ่อย ๆ เหมือนกันตามอารมณ์สุภาพสตรีที่จริง ๆ ก็ “เข้าใจ” แต่ก็ “ไม่เข้าใจ” 555
เอ๊ะ…มันยังไงกัน!?
ก็ปากบอกว่า “เข้าใจ” ไงครับ แต่เอาเข้าจริงก็ “ไม่เข้าใจ” ว่า ทำไม๊…ทำไม ไอ้พวกผู้ชายมันถึง “บ้าบอล” กันนักหนา?
ยิ่งไอ้เจ้าเคนนี่เป็นประเภทดูบอลไม่ยอมลุก ไม่ยอมทำอย่างอื่น และเปิดเสียงดังด้วยแล้ว…คุณ ๆ คงเข้าใจนะครับ: Football…what else?
หรือให้หยาบก็คือ ตอนบอลเตะ พวกมรึง (ผู้ชาย) จะไม่ทำไรแด๊กกันเลยหรือ? 555
เอาเป็นว่า รู้สึกปลื้มที่ได้คุยกับนักบัญชี คุณปีเตอร์ เจ้าของอาชีพ “รายได้ดี” ที่สุดในโลกอีกอาชีพหนึ่ง และก็ได้รู้จักคนอีกคนหนึ่งที่ “ชื่นชอบ” ในความเป็นไทย และประเทศไทย
ส่วนหนึ่งของบทสนทนาที่ผมชอบก็คือ “มุมมอง” ระหว่างเมืองบาเซิล และซูริกที่คุณปีเตอร์บอกว่า เป็น “คู่กัด” สุดยอดกัน
ไม่เฉพาะฟุตบอลระหว่าง เอฟซี บาเซิล (ทีมอันดับ 1 สวิส) กับเอฟซี ซูริก (ทีมอันดับ 2)/กราสฮอปเปอร์ ซูริก เท่านั้นนะครับ
แต่ก็เป็น “ทุกเรื่อง” นั่นแหละโดยมีพื้นฐานมาจากความ “ภาคภูมิใจ” ในตัวเองที่จะคิดว่าเหนือกว่าอีกฝ่ายหนึ่ง
เช่น เก่งกว่า, หรูกว่า, หน้าตาดีกว่า, เจริญกว่า ฯลฯ
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ “ตั๋วปี” ของเค้า และลูกอีก 2 คนนั้นราคาแค่ 600 ฟรังก์/ซีซั่นเท่านั้น หรือซื้อ 2 แถม 1 เพราะเป็นตั๋วแบบครอบครัว
หากเป็นที่อังกฤษก็คงได้แค่ใบเดียว หรือหาซื้อไม่ได้นะครับ…ราคานั้น
เสร็จจากคุณปีเตอร์ที่ “สตาร์บัคส์” ซึ่งในบาเซิลมีถึง 4 ร้าน ผมก็นั่งรถรางสาย 10 มาสนามเซนต์ จาค็อป ปาร์ค
อารมณ์เมื่อวันเสาร์ที่ 7 มิ.ย.2008 ผ่านมาเป็นวูบ ๆ เลยครับ เฉพาะอย่างยิ่งตอนยังบ่ายอ่อน ๆ 3 โมงเย็นแบบนั้น
อะไรกันนี่…จากวันแรกที่นี่ ผมเดินทางมาถึงวันสุดท้ายของเกมที่บาเซิลแล้วหรือ?
ครับ อารมณ์ก็เหมือนตอนไปเยี่ยม “บ้านอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์” เมื่อวานนี้ที่เบิร์นนั่นแหละ
ผมผลัดวันประกันพรุ่งกับ “โดโด้” กระทั่งวันสุดท้าย และวินาทีสุดท้ายกว่าจะได้ไปเยี่ยมบ้านสุดยอดนักวิทยาศาสตร์ของโลกเจ้าของรางวัลโนเบล และเจ้าของทฤษฎีสัมพันธภาพที่เคยพักอยู่ที่นี่ 9 ปี
จากนั้นก็ไปมหาวิหารมุนสเตอร์ด้านหลังตึกบ้านไอน์สไตน์ก่อนกลับบ้านไปทานอาหารส้มตำปู, ไก่ทอด, ยำคอหมูย่าง และข้าวเหนียวที่ “น้องใหม่” ทำให้ทานเป็นการเลี้ยงส่ง
มื้อสุดท้าย…ด้วยกัน
เพราะวันรุ่งขึ้นผม กับโด้ต้องไปบาเซิล และกลับดึกก่อนที่เช้า Day 24 ก็จะต้องรีบออกจากบ้านแต่เช้าตรู่ไปกรุงเวียนนาพร้อมกระเป๋าใบใหญ่ชุดเดียวกับจากเมืองไทย
หลังภาระกิจวันสุดท้ายที่สวิสของเราจบแล้ว…
ตอนมาถึงที่เพรสเซนเตอร์ บาเซิล ผมก็ทำในสิ่งที่ไม่ค่อยทำนักนั่นคือ พยายามเก็บรวบรวมเอกสารแจกต่าง ๆ ที่สนใจให้ครบ
ระหว่างที่กำลังรวบรวมอยู่นั้น ประชาสัมพันธ์สาวสวย น้องฟาเบียน รีพอนด์ แห่ง “Basel Tourismus” ซึ่งมีหน้าที่ PR เมืองบาเซิลก็เข้ามาทักทายอย่างน่ารักว่าผมขาดเหลืออะไรหรือเปล่า? และกำลังมองหาอะไรอยู่?
“มองคนน่ารักครับ!”…ไม่ใช่ ๆ
พูดเล่นนะครับ (แต่คิด ๆ อยู่) ผมก็บอกไปว่า หาข้อมูลของเมืองบาเซิล และประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในบางมุมอยู่
ก็เลยได้คุยกัน และได้ประเด็นเก็บมาฝากว่า: ช่วงตั้งแต่ มี.ค.- พ.ค.2008 ที่ผ่านมานั้น เธอ และสำนักงานการท่องเที่ยวบาเซิลที่เธอทำงานอยู่นั้นยุ่งมาก
ช่วงนั้นจะมีนักข่าว เฉพาะอย่างยิ่งโทรทัศน์ติดต่อเข้ามาทำข่าวเกี่ยวกับเมือง และ “ยูโร 2008″ กันอย่างมาก
แต่ตอนนี้ซา ๆ ลงไปแล้ว และวันพรุ่งนี้ (26 มิ.ย.2008) เพรสเซนเตอร์ที่บาเซิลก็จะให้บริการเป็นวันสุดท้ายแล้ว (ถึงเที่ยงวัน)
ครับ อะไร ๆ ก็ “สุดท้าย” และมาถึงเร็วเหลือเกินแบบน่าใจหายจน “โดโด้” และผมเองต้องพยายามหาทาง “ทิ้งทวน” สวิตเซอร์แลนด์ในรูปแบบของเรากันจนเหนื่อยหน่อย
ประหนึ่งว่าเราอยู่ในสถานการณ์ “วันสุดท้าย” ของชีวิตยังไงก็ไม่ปาน หรือ Living like it is our last days.
นี่ยังดีนะครับที่ถือว่า เรา 2 คนได้ทำอะไรที่อยากทำกันที่สวิสพอสมควร หรือตามเป้า
“ลูกแม่กิ่ง” คงได้ทำมากกว่าผมตามวัย, เรี่ยวแรง และใจ ขณะที่ “โค้งสุดท้าย” ของผมขอจบนิ่ม ๆ ไม่ทรมานตัวเองจะดีกว่า
เพราะที่ผ่านมาก็ได้ไปเมืองหลัก ๆ ครบหมดแล้วไล่จาก ซูริก, เบิร์น, อินเทอร์ลาเกต, ยุงเฟรายอค + เขตแบรน์เนอร์ โอเบอร์ลันด์, ลูเซิร์น, โลซานน์, เจนีวา, บาเซิล, ชาฟฟ์เฮาส์เซ่น, อินสบรุก, ซัลซ์บวร์ก, เวียนนา…
ที่เหลือก็ให้คิดซะว่า เมืองไทยยังเที่ยวไม่ทั่วเลย อยู่สวิสไม่ถึงเดือนได้แค่นี้ก็เก่งแล้วล่ะ
สำหรับเนื้อหา “ฟุตบอล” วันนี้ไม่ขอมีอะไรมากครับตามคอนเซ็ปต์ Football…what else? ที่วันนี้มีแต่เรื่องอื่น ๆ ไม่มีเรื่องของฟุตบอลเลย…สักวัน
——————–