Day 24: 26 มิ.ย.2008
ที่สุดแล้วก็ถึง “วันสุดท้าย” ของผม กับ “ลูกแม่กิ่ง” บนแผ่นดินสวิตเซอร์แลนด์ ณ.Day 24 หลังภาระกิจตะลุย “ยูโร 2008″ ที่เราเกาะติดสถานการณ์กันที่ดินแดนแห่งขุนเขา, แม่น้ำ และทะเลสาบมาตั้งแต่ 3 มิ.ย.2008
เริ่มแรกแพลนว่าจะไปอยู่ซูริก เพราะหาที่พักจากการแนะนำของคนรู้จักของ “โดโด้” ได้ที่นั่น
แต่สุดท้ายเรา 2 คน: ท็อป แอนด์ โด้ ก็ต้องปรับแผนกระทันหันเหมือนหลายปฏิการในการทำข่าวครั้งนี้เพราะเพื่อนเก่าที่เคยเตะบอลด้วยกันที่อังกฤษ คุณเคนนี่ จิลลอน และน้องใหม่ ศรีภรรยา ตอบอีเมล์ผมกลับมาจากเบิร์น เมืองหลวงสวิสทันเวลาพอดิบพอดี
เราในนาม “คิกออฟ” จึงได้มาอยู่กรุงเบิร์นกันแทนในพิกัดใกล้สนาม สต๊าด เดอ สวิส วังค์ดอร์ฟ แค่เดิน 10 นาที
นี่ยังเป็นสังเวียนหลักของกรุ๊ป ออฟ เดธ กลุ่มซี และเมื่อได้มีการนัดพูดคุยรายละเอียดกันตอนทั้งคู่ และลูกชาย “น้องเอเดน” ซึ่งชื่อเป็น “สกอต” แท้ ๆ ตามพ่อ
โด้ และผมก็ตกลง “เซย์เยส” มานอนเตียงเดียวกันขนาดสัก 5 ฟุตของ “เอเดน” หลังร่วมทานอาหาร และจิบเบียร์เย็น ๆ กันจนไหลลื่นที่ร้าน “ติดลม” ประชาชื่น ใกล้ฐานบัญชาการแห่งใหม่ของ “คิกออฟ” ของเรา
โดยจุดเริ่มต้นจากที่คิดว่า จะไม่ได้อยู่ด้วยกัน เพราะน้องใหม่ทำงานร้านอาหารเอเชีย แผนกอาหารไทยจนยุ่งไม่ได้เปิดอีเมล์ ขณะที่เคนนี่ก็ยุ่งกับงานที่ “คาสิโน” กรุงเบิร์น
กระทั่งเปิดเจอเมล์, มาเมืองไทย, ไปรับเราที่สถานีรถไฟเมืองเบิร์นในวันที่ 3 มิ.ย.2008 แบบงง ๆ กันทั้งคนรับ/คนไปว่าจะจริงหรือนี่? เนื่องจากการไปเป็นแขกใครร่วมเดือนแบบนี้ในต่างแดน หากไม่สนิทกันจริงคงยากครับ
เพราะใคร ๆ ก็ต้องการความส่วนตัว แต่ของเรายังดีที่รับปากจะช่วยเลี้ยงเด็กให้ด้วย ทุกอย่างจึงผ่านตลอดพร้อมให้ค่าขนมเอเดนเป็น “ค่าเช่า” บ้านอีกนิดหน่อย
ผมเองพูดตรง ๆ ว่า “ไม่ชอบเด็ก (เล็ก)” เพราะชอบเด็กมหาลัย 55 สุดท้ายก็ยังอดหลงรักเจ้าเอเดนไม่ได้เลย
คิดแล้วนึกถึงพวกหนังอเมริกันครับที่วันหนึ่งตอนลูกโตแล้วพ่อจะได้ไปเล่นกีฬา หรือเตะบอลกับลูกชาย
แหม…มันคลาสสิคจริง ๆ
แต่หากถามว่า จะเอาสักคนไหม?
ก่อนอื่นคงต้องหาแม่ (มัน) ก่อนซึ่งก็เหมือนถูกบังคับให้พูดว่า “เจอแล้ว” ขณะที่อีกมุมก็ยิ่งคิดถึงแม่ตัวเอง เพราะท่านคงลำบากน่าดูกว่าจะเลี้ยงให้ผมโตจนแก่แถมยังช่วยซักผ้าให้อีกเหมือนทุกวันนี้ (ทำซึ้ง ๆ ๆ)
ครับ ก็เอาเป็นว่า ในนาม “คิกออฟ” ผมคงต้องขอขอบคุณครอบครัวตระกูล Gillon ไว้ ณ.ที่นี้ด้วยกับเวลาอันงดงาม 24 วันเต็ม ๆ
และก็ขอขอบคุณพร้อม “รูปหมู่” ทิ้งท้ายไว้ด้วย เพราะได้ข่าวว่า ญาติ ๆ พี่น้องของเจ้าใหม่จะเตรียม “เหมาะแผง” คิกออฟแถวตลาดสี่มุมเมืองไว้แล้ว เนื่องจากมีรูปเอเดนลงหนังสือพิมพ์ (ครั้งก่อนก็เหมามาทีแล้ว)
ดังนั้น หากวันนี้ผมจะนอกเรื่องไปบ้างเพื่อเพิ่มยอดขายก็คงไม่ว่ากันนะครับ
แต่หลัก ๆ และจริง ๆ แล้ว ผมต้องรีบปั่นงานชิ้นนี้ให้เสร็จสิ้นแทบจะทันทีหลังเกม เยอรมัน – เติร์ก มากกว่า
สาเหตุก็เพราะ ต้องเตรียมขนสัมภาระ และกระเป๋าเดินทางใบเขื่องไปเวียนนา ออสเตรีย ตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อให้ทันดูเกม สเปน – รัสเซีย
ออกจากบ้าน 8 โมงจะไปถึง 1 ทุ่ม หรือเที่ยงคืนเมืองไทยพอดีอัน “หมิ่นเหม่” เกินไปกับการส่งต้นฉบับนี้
ไว้ไง…ในส่วนสาระก็พลิกไปอ่านคอมเมนต์ Live จากสนามของผมแทนแล้วกันนะครับ
และก็โปรด ๆ ๆ ติดตามอ่านกันต่อไป เพราะ “ยูโร 2008″ ยังไม่ได้ปิดฉาก อีกทั้งเรื่องเล่าต่อไปนี้ก็จะเปลี่ยนบรรยากาศเป็นเล่าจากออสเตรียด้วย…ก่อน “ไฮไลต์” นัดไฟนอลวันอาทิตย์นี้อ่ะครับ
ในส่วนของ “ฟุตบอล” ผมได้เขียน Live จากสนามไปเมื่อวานว่า นี่คือนัดที่ตุรกีเล่นได้ดีที่สุดในทัวร์นาเมนท์ และหากให้พูดหยาบ ๆ ก็คือ ดีกว่า “เต็งหนึ่ง” เยอรมัน แบบไม่เห็นฝุ่น
ตั้งแต่ต้นเกม และออกนำไปได้ก่อน ตุรกี “ตัดเกม” แดนกลางของโจอาคิม เลิฟ และลูกทีมได้หมด
รุสตู เรคเบอร์ ไม่ได้ออกแรงเลยกระทั่งต้องก้มไปเก็บบอลจากตาข่ายตอนถูกตีเสมอ 1-1, ตาม 1-2 และแพ้ 2-3
ขณะที่อีกโอกาสจะแจ้งของเยอรมันก็คือ ตอนโพโดลสกี้ทะลุกับดักล้ำหน้าในครึ่งแรก และอีกครั้งก็อาจจะเป็นจังหวะจุดโทษชัดเจนของลาห์มช่วงต้นครึ่งหลัง
นอกนั้นผมมองว่า ฟาติห์ เตริม วางแผนได้เหนือชั้นไม่เป็นรอง กุส ฮิดดิ้งค์ ในนัดชนะเนเธอร์แลนด์แม้แต่น้อย
แต่ที่ต่างกันก็คือ ผลการแข่งขันที่คราวนี้ทีมไก่งวงน่าจะ “ซาบซึ้ง” ซะทีว่า เล่นดี (กว่า) แต่แพ้นั้นรู้สึกเช่นไร
นี่แหละครับฟุตบอล และไอ้ Something else ที่สลาเวน บีลิช พูดไว้ถึงทีมตุรกีว่ามี “สิ่งพิเศษ” ที่ไม่รู้ว่าอะไรที่ช่วยให้ชนะก็ถึงคราวอวสาน หรือประมาณว่า ใช้หมดโควต้าซะที
หรือก็คือ การที่ทีมเป็นรองจะพลิกชนะได้ แน่นอนว่า “คุณภาพ” นั้นต้องมีระดับหนึ่ง แต่ก็ต้องมี Something else เกิดขึ้นด้วยพร้อม ๆ กันไม่ว่าจะเป็น โชค, ดวง, จังหวะ, คำตัดสิน ฯลฯ หาไม่แล้ว “ปาฏิหาริย์” ก็จะไม่เกิดขึ้น
ขณะที่เยอรมันนั้นไม่น่าจะเจอเกมลักษณะนี้ที่ต้องเป็นต่อเยอะ ๆ อีก เฉพาะอย่างยิ่งหากเจอกับสเปนทีมระดับเต็งเช่นกันที่มีธรรมชาติชอบบุก
หรือจะว่าไปแล้ว รัสเซียก็เป็นทัพที่ถอยหลังหกล้มเหมือนกัน ดังนั้นนัดชิงชนะเลิศผมเชื่อว่าเราคงจะได้เห็นเยอรมันในรูปแบบที่แตกต่างจาก poor game เช่นนัดนี้ที่เล่นแย่แต่ชนะเฉย
ครับ หากเยอรมันไม่อาจค้นหาผลงานคุณภาพ Made in Germany ได้ในนัดไฟนอล พวกเค้าจะไม่มีทาง “โชคดี” สุด ๆ ได้เหมือนนัดนี้อีกแน่นอน
———————