-Day 27: ประสบการณ์ “เข้าคิว” รับตั๋วนัดไฟนอล

 

5 Days to go: 29 มิ.ย.2008

ก่อนเกมนัดไฟนอล “ยูโร 2008″ ไม่กี่ชั่วโมง…จะเขียนอะไรดี?

ครับ เขียนอะไรไม่ได้แน่นอน เพราะทุกเรื่องทุกราว ทุกรส จะเป็น “แกงจืด” ทันทีที่ทุกท่านรับทราบตำแหน่ง “แชมป์” ไปแล้ว

วันนี้ผมจึงตัดสินใจเขียนถึง “ประสบการณ์” ล่าสุดเกี่ยวกับการรอเข้ารับ SADs หรือ Supplement Access Devices หรือก็คือ “ตั๋ว” นักข่าวเพื่อชมฟุตบอลนัดไฟนบอลครั้งนี้

ปัญหาก็คือเรื่องของ “ดีมานด์” ที่สูงนะครับ และด้วยเหตุนี้การวัดดวงแบบ “ลอตเตอรี่” จึงต้องเกิดขึ้นระหว่าง “ลูกแม่กิ่ง” และ “ไข่มุกดำ”

ผลงานที่ผ่านมา ผมดวงดีกว่า เพราะส่วนใหญ่จะได้รับคำตอบ “ตกลง” หรือ Confirm ตั๋วฟุตบอลจาก “ยูฟ่า”

ที่ผ่านมาก็ได้ชมไปแล้ว 13 นัดจากนัดเปิดสนามกระทั่งรอบตัดเชือกนัดที่ 2 ระหว่าง สเปน – รัสเซีย ที่รวม ๆ แล้ว “ลูกแม่กิ่ง” โดนปฏิเสธ หรือ Reject มากกว่า

อย่างไรก็ดีครับ นัดไฟนอลผมโดนหวย Reject ขณะที่โดโด้ได้รับตั๋วเรียบร้อยแล้วแบบไม่ต้องกังวลใจ

ปัญหาที่ตามมาก็คือ ทำอย่างไรผมจึงจะได้ตั๋วเพื่อชมเกมนัดสำคัญนัดนี้?

คำตอบอยู่ที่ต้องไปลงชื่อ Waiting list ที่หากมีเก้าอี้เหลือผมก็จะได้ชมฟุตบอลนัดนี้

โดย Waiting list ตามปรกติจะเปิดตั้งแต่ “เที่ยงตรง” วันก่อนแข่ง 1 วัน และจะประกาศผู้โชคดี 1 ชั่วโมงก่อนเกมคิกออฟ

ทุกนัดที่ผ่านมาล้วนไม่มีปัญหาไม่ว่าจะ “เข้าคิว” ตั้งแต่เที่ยงตรงวันก่อนแข่ง หรือมาสายโด่งใกล้เวลา “คิกออฟ” วัน Matchday

ยกเว้นก็นัด ฝรั่งเศส – อิตาลี ที่ “ลูกแม่กิ่ง” ไป Waiting list แล้วไม่ได้ตั๋วพร้อมกับนักข่าวจำนวนมากที่ต้องอกหักเหมือนกันเนื่องจากเกมดังกล่าว “ดีมานด์” สูงปรี๊ด เพราะเป็นชาติใหญ่ และใคร ๆ ณ.เวลาก็ต้องการชม

แต่เกมอื่น ๆ แม้กระทั่งรอบตัดเชือก ทุกอย่างล้วนผ่านตลอดไม่เว้นแม้แต่เรา 2 คนจากองค์กรเดียวกันก็ยังได้รับการคอนเฟิร์มเหมือนกัน

มากกว่านั้น ในที่นั่งนักข่าวที่ถูกจัดไว้ให้ยังมี “เก้าอี้ว่าง” อีกพอควรแบบสังเกตได้

ดังนั้นนัดชิงชนะเลิศ ความรู้สึก “วูบแรก” จึงค่อนข้างชิว ๆ และคิดว่าหากโดน Reject ก็คงจะได้ตั๋วดูบอลในที่สุดเหมือนที่นัดก่อน ๆ

แต่แล้วตอนเราแพลนมาดูแถลงข่าวของท่านประธานฯ มิเชล พลาตินี่ ตอน 11 โมงเช้าวันเสาร์เราก็ต้องพบภาพ “คิว” ตามที่เห็นที่ประกอบไปด้วยเก้าอี้รอเข้าแถว และแผ่นกระดาษเขียนชื่อตัวเองพร้อมหมายเลขคิวกำกับ

เช่นของผมก็ Nattawut 51 หรือณัฐวุฒิ เบอร์ 51 ที่เขียนตอนเกือบ 11 โมง หรือก่อนเวลารับลงชื่อ Waiting list 1 ชั่วโมงเต็ม

ถามไปถามมาได้ความว่า คิวแรกมากางมุ้ง เอ๊ย…ไม่ใช่ กางเก้าอี้ตั้งแต่ยังไม่ 9 โมงเช้าแล้ว

ดังนั้นจึงต้อง “ขอบคุณ” พลาตินี่พอควรที่ทำให้ผมได้เข้าคิวเร็ว เพราะในประกาศบนบอร์ดแจ้งข่าวยังมีระบุด้วยว่า Photographer หรือช่างภาพจะรับคิวแค่ 50 คน ขณะที่นักข่าวจะรับ 100 คน

เกินกว่านั้นถือว่า “หมดสิทธิ์” ลงชื่อ Waiting list รับตั๋วดูบอล หรือก็คือหมดสิทธิ์ลุ้นนั้นเอง

นี่คือ “ปรากฎการณ์ใหม่” สำหรับนักข่าวในทัวร์นาเมนท์นี้ที่มาเกิดเอาใน “ไฟนอลเดย์” ครับ

นอกจากนี้ นักข่าวที่นอกเหนือจาก 100 + 50 ท่านนี้ และกลุ่มที่ได้ Confirm ตั๋วก็จะหมดสิทธิ์เข้ามานั่งทำงานใน SMC อีกด้วย เพราะแต่ละคนจะได้รับ “สติ๊กเกอร์” เล็ก ๆ สีแดงเขียนเป็นตัวหนังสือสีดำว่า “final” แปะทับด้านบนของป้ายคล้องคอ Accreditation Card

ใครไม่มี หรือก็คือใครที่ไม่ได้ Confirm ตั๋ว หรือมาไม่ทันลงชื่อ 100 + 50 คนจะกลายเป็นประชากรชั้นสองทันที

เรื่องนี้สร้างความฮือฮามากในเพรสเซนเตอร์ของเราตลอดวันเสาร์ เพราะไม่คิดว่าจะเจออะไรแบบนี้

ผมเองก็สงสัย และเกิดคำถาม “ทำไม” มากมายเหมือนกันก่อนจะได้คำตอบจากคุณเดวิด มันนี่ เจ้าหน้าที่ด้าน Ticketing ของ “ยูฟ่า” ชาวอังกฤษที่บังเอิญจำเรา 2 คนได้ตอนไปนั่งทานบุฟเฟต์อาหารกลางวันร้านจีนบนห้างใกล้ ๆ สนามที่จู่ ๆ แกก็มานั่งด้วยทั้งที่มีโต๊ะรอบข้างว่างอยู่

ผมเปิดประเด็นประมาณว่า “คุณนั่นเอง…ผมจำได้เพราะมีเจ้าหน้า “ยูฟ่า” ไม่กี่คนหรอกทีเจอแล้วเป็นคนอังกฤษ”

เค้าเองก็ตอบว่า อืมมม…You’re right.

จากนั้นอารัมภบทกันระยะหนึ่งจนถึง “คีย์เวิร์ด” ที่เข้าทางผมพอดีว่า แกมาจากสโมสรแอสตัน วิลล่า ของพรีเมียร์ลีก และมาช่วย “ยูฟ่า” ดูแลด้านการจ่ายตั๋วให้นักข่าว

พอได้ยินคำว่า “ตั๋วนักข่าว” ผมก็หูผึ่งซิครับ และถามต่อทันทีว่ามันมีวิธีการ และระบบอย่างไร

คำตอบก็คือ ซิสเต็มที่ใช้นี้เป็นของบริษัทแห่งหนึ่งของอังกฤษที่เริ่มต้นพัฒนามาตั้งแต่ยุค 90s แล้ว และต่อมาบริษัทแห่งนี้ถูกเทคโอเวอร์โดย ticketmaster ซึ่งเป็นบริษัทอเมริกัน และปัจจุบันมีเฮดออฟฟิศอยู่บริเวณเลสเตอร์ สแควร์ กลางกรุงลอนดอน

สโมสรแอสตัน วิลล่า เป็นเพียง 1 ในหลายสโมสรพรีเมียร์ลีกที่ใช้ระบบการจ่ายตั๋วลักษณะนี้ของ ticketmaster อื่น ๆ (ที่ผมจำได้) ก็เช่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม, กีฬาคริกเก็ต, รักบี้ ฯลฯ

ข้อดีที่เห็นได้จาก “ยูโร 2008″ ที่ต่างจากครั้งที่ผ่าน ๆ มาก็คือ ระบบนี้จะสามารถตรวจสอบ, control และ cancel ตั๋วได้ง่ายดายมากขึ้น

โดยกฎหลักก็คือ หากใครไม่มารับตั๋วที่ได้รับการ confirm ภายใน 1 ชั่วโมงก่อนแข่ง ตั๋วใบนั้น ๆ จะถูกยกเลิก และพิมพ์ใหม่ทันทีด้วยกระดาษพิมพ์ และเครื่องปริ้นเตอร์ที่เคาน์เตอร์จ่ายตั๋ว

ที่ผ่านมานั้นทำไม่ได้ เพราะไม่สามารถปริ้นต์ตั๋วได้เอง และโดยทันที หรือไม่รู้จะทำอย่างไรกับตั๋วเดิม

หรือที่แย่ที่สุดก็คือ ยังไม่มีนโยบาย “ยกเลิก” หรือลงโทษผู้ที่มารับช้า หรือไม่มาเลยดังที่ผมเคยเล่าให้ฟังเรื่องนักข่าวจะโดน “ใบเหลือง” และ “ใบแดง” หากไม่มารับตั๋วโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า 48 ชั่วโมง…อันทำให้มีตั๋วเหลือตกค้าง

สำหรับ “คำถาม” ที่ค้างคาใจผมว่า ทำไมนัดไฟนอลต้องมีนโยบายประหลาด ๆ แบบข้างต้น หรือ “จำกัด” Waiting list ขนาดนั้น

คุณเดวิด กล่าวว่า “ดีมานด์” จะมีสูงแน่นอน และจากการคาดคะเนแล้วพบว่า พื้นที่ใน Tribune หรือที่นั่งผู้สื่อข่าวในสนามจะเหลือไม่เกิน 100 ที่นั่งสำหรับนักข่าว และ 50 ตำแหน่งสำหรับช่างภาพ

ว่าแล้วคุณเดวิดก็ถามหมายเลขคิวของผม และบอกว่า ของคุณเบอร์ 51 นั้น “น่าจะได้”

แต่หากคิว 70 – 80 ไปแล้วอาจจะยาก ยังไงก็ขอให้โชคดีแล้วกัน (ช่วงนี้ผมทำหน้า “หมาเศร้า” สุดฤทธิ์)

ทว่าหลังถูกถามเพิ่มเรื่องที่นั่งเหลือในเกมเซมิไฟนอล คุณเดวิดเสริมทันทีว่า นั่นเป็นที่นั่งโควต้าของสหพันธ์ฟุตบอลสเปนที่ “จ่ายเงิน” แล้ว แต่ไม่แน่ใจว่ากระจายตั๋วอย่างไรจึงมีที่ว่างอย่างที่เห็น

นัดชิงชนะเลิศสหพันธ์ฟุตบอลสเปนก็มีตั๋วเหลือถึง 1,000 ใบเช่นกัน และมีขายวันนี้ (วันเสาร์ที่คุยกัน) สักแห่งใจกลางเมืองตามราคาหน้าตั๋ว 350 ยูโร

“จะเอาไหมล่ะ? แค่โชว์พาสปอร์ตสเปน หรือทำเป็นใส่เสื้อสเปนไปก็น่าจะได้”

ผมเซย์โน เพราะไม่ไหวล่ะครับ ใบละเกือบ 2 หมื่นบาท ขณะเบี้ยเลี้ยงกินข้าวแค่วันละ 1 พันบาท…โน ๆ ๆ ๆ

สำหรับผลว่า ผมจะได้/ไม่ได้ตั๋วไว้คงมาต่อวันพรุ่งนี้พร้อม “รีวิว” หลังเกม และบรรยากาศนะครับ

ขณะที่วันนี้ ผมสรุปได้แต่ว่า ตอนรอตั๋ว Waiting list ก่อนคิกออฟ ทุกอย่างคงไม่อลหม่าน เพราะจะมีแค่ลูกนก ลูกกา รออาหารเพียง 100 + 50 ตัวเท่านั้นครับ

 

ปล. ขออนุญาต “แก้ข่าว” หน่อยนะครับหลังได้รับการท้วงติงจากน้อง “นาฬิกาทราย” ที่ทำเป็นถามเข้ามาเลยทำให้ผมทราบว่า คุณปู่ หลุยส์ อราโกเนส นั้นเกิด 28 ก.ค.1938 ไม่ใช่ 28 มิ.ย.นะครับ ผมเบลอไปหน่อย…ขออภัยด้วยเด้อ

—————–

ใส่ความเห็น