-สเปน: แชมป์ยูโร 2008 (Day 28)

4 Days to go: 30 มิ.ย.2008

ก่อนเกม “ไฟนอล” ที่หนังสือพิมพ์ “คิกออฟ” ของเราพาดหัวได้กระชับ และโดนใจมากว่า Clash of the Titans ผมได้ไป “ทิ้งทวน” เวียนนา กับ “ลูกแม่กิ่ง” จนขาลากไม่แพ้เมื่อวานที่เดิน “แฟนโซน”, ถนนวงแหวน, แหล่งช็อปปิ้ง และเขตเมืองเก่าบริเวณชเตฟานส์โดม

โดยหลังจากเสร็จเพรสคอนเฟอเรนซ์ มิเชล พลาตินี่ ตอนก่อนเที่ยงวันเสาร์, เข้าคิว Waiting list ตั๋วฟุตบอลนัดไฟนอล และปั่นงานเสร็จแล้ว เรา 2 คนก็ได้ออกไปลุยสวนสนุกเก่าแก่ Prater Park

อารมณ์ก็ประมาณ “แดนเนรมิต” บ้านเราในอดีตนั่นแหละครับ เพราะอยู่กลางเมืองหลวงเหมือนกัน แต่ Prater Park นั้นใหญ่กว่ามาก และมีเครื่องเล่นหลากหลายกว่าทั้งแบบคลาสสิค และแบบทันสมัยน่าตื่นเต้นชนิดที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน

เราไปกันวันเสาร์อากาศดี ๆ เพราะตั้งแต่หลังเกม สเปน – รัสเซีย มาแล้ว ฝนไม่ตกเวียนนาอีกเลย

เมื่ออากาศดี และพระอาทิตย์ตกดินประมาณ 3 ทุ่ม ประกอบกับเป็นวันหยุดราชการ ผู้คนทุกเพศทุกวัยจึงเต็มไปหมด

ยิ่งก่อนไป เราปรึกษา (คุณป้า) ประชาสัมพันธ์เมืองเวียนนาจนทราบว่า Prater Park ปิดตี 1 ด้วยแล้ว ทุกอย่างจึงนิ่มเลยครับ

และงานนี้จากที่ตั้งใจจะไปเดินเล่น ๆ เพราะไม่เสียค่าเข้า แต่เสียเฉพาะค่าเครื่องเล่นแต่ละชิ้นที่เล่นได้ตั้งแต่เด็กประมาณ 3 ขวบขึ้นไป เราเลยหมดเวลาไปอีก 2-3 ชั่วโมงที่นั่นหลังตระการตากับเครื่องเล่นกว่า 250 รายการอ(รายละเอียดเพิ่มเติมของสวนสนุกเข้าไปอ่านได้ที่ www.prater.wien.info นะครับ)

เสร็จจากวันเสาร์ เข้าวัน Matchday ผม กับ “โดโด้” ก็ยังมีคิวไปพระราชวังเชินบรุนน์กันอีกต่อด้วยไปเยี่ยมอนุสาวรีย์ศิลปินเอก โยฮัน สเตราส์

แต่พอถึงเชินบรุนน์ และจ่ายตังค์ค่าเข้าไปแล้ว ผมไม่ไหวครับในความใหญ่โตของพระราชวัง แดดร้อนเปรี้ยง ๆ และนักท่องเที่ยวหลักหลายพันคน

ตัวเองจึงบ่นกับ “ลูกแม่กิ่ง” และขอบ๊าย บาย หนีไปเที่ยวคนเดียวที่อื่นดีกว่า เพราะคำนวณดูแล้วสถานที่แบบนี้ก็ไม่ต่างจากเข้าพิพิธภัณฑ์ที่คงต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงเยี่ยมชม ขณะที่อีกใจก็ยังกังวลเรื่อง “ตั๋วบอล” ที่ได้ Waiting list เอาไว้ลำดับที่ 51

ดังนั้นหลังได้ถ่ายรูปด้านนอกพระราชวัง ผมก็ขอหลบนั่งรถไฟใต้ดินไปลง Stadtplatz ซึ่งเป็นสวนสาธารณะที่มีศิลปินเอก โยฮัน สเตราส์ เป็นพระเอกอยู่ด้านใน

จากนั้นก็เดินเลยไปถ่ายรูปอนุสาวรีย์ ลุดวิค ฟาน บีโธเฟ่น ที่อยู่ไม่ไกลจากนั้นก่อนจะนั่งรถเข้ากลางเมืองจริง ๆ ไปหา “แม็คโดนัลด์” ที่บัตรฟรีกำลังหมดอายุพร้อมบอลยูโรต่อด้วยกาแฟ “สตาร์บัคส์” มื้อแรกในเวียนนา เพราะต้องใช้ wireless อินเทอร์เน็ตที่นั่นส่งงาน

สุดท้ายก่อนไปสนามหลังท้องแน่นเปรี๊ยะแล้วผมก็หยอดตังค์ 60 เซนต์ หรือประมาณ 30 บาทเข้าห้องน้ำ Opera Toilet ณ.สถานีรถไฟ Karlsplatz ที่จะขับกล่อมด้วยเสียงเพลงวอลต์พร้อมตกแต่งอลังการด้านในเพื่อทำธุระหนักของตัวเอง

เพราะที่เพรสเซนเตอร์ เวียนนาอันใหญ่โตนั้นมีห้องน้ำชายแค่ 2 ห้อง และโถปัสสาวะแค่ประมาณ 8 โถเท่านั้น ซึ่งบรรยากาศจะกดดันน่าดูตอนใช้งานแล้วมีคนเปิดประตูเข้า/ออก :)

ก็เป็นอันว่า ผมจึงทำสถิติได้เข้าห้องน้ำแบบหนักทั้งที่ “ยุงเฟรายอค” Top of Europe และ Opera toilet เลยนะครับในทริปยูโรนี้ (เล่าให้ฟังแบบขำ ๆ นะ)

 

สุดท้ายหลังทุกภาระกิจข้างต้นเสร็จสรรพผมก็เดินทางด้วยอันเดอร์กราวด์สาย U2 มาถึงสนามตอนบ่าย 2 โมงซึ่งก็ถือว่าทำเวลาได้ดีกับกิจกรรมข้างต้นที่ได้ทำตั้งแต่เช้า

เรื่อง “ตั๋วบอล” สุดท้ายหลังใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ ผมก็ได้รับตั๋วเข้าไปดูบอลโดยไม่ได้ “มีเส้น” คุณเดวิด มันนี่ เจ้าหน้าที่ซัพพอร์ตระบบจากสโมสรแอสตัน วิลล่า ที่ได้เล่าเรื่องเกี่ยวกับเค้า และระบบจ่ายตั๋วนักข่าวให้ฟังไปเมื่อวานนี้

แต่สุดท้ายพอมีจังหวะ ผมได้แอบเข้าไปถามเดวิดภายหลังครับว่า ตกลงแล้ววันนี้จ่ายตั๋ว Waiting list กี่ใบ?

“ประมาณ 91 ใบ”

โห…ลองนึกดูนะครับ คนที่ 92 ถึง 100 ที่ลงชื่อเอาไว้ว่ามีสิทธิ์ได้รับตั๋วเมื่อวานคงเซ็งน่าดู

แต่จะทำอย่างไรได้ล่ะครับ ในเมื่อที่นั่งเต็มจริง ๆ และผมเองก็นั่งซะเกือบจะถึงมุมตรงส่วนโค้งสนามอยู่แล้ว…หาใช่ตรงกลาง หรือเฉียงแค่เล็กน้อยเหมือนที่ผ่าน ๆ มา ดังนั้นก็ต้องเข้าใจ และทำใจแหละครับ

สำหรับฟุตบอลนั้น ผมเขียนหลังเกมสด ๆ ไปแล้วเมื่อวานนี้ และก็ได้พูดย้ำตลอดมาว่า “เชียร์สเปน” ชัดเจน และเชื่อด้วยว่า “ทั่วโลก” เชียร์สเปนกันหมดยกเว้นชาวเยอรมัน หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับประเทศอินทรีเหล็กเท่านั้น

ดังนั้นเมื่อทีมกระทิงดุได้แชมป์ซึ่ง “เลยวาระ” ที่ควรจะได้มานานแล้วจริง ๆ หาใช่ฝันไปในลักษณะเป็นทีม “เต็ง” ตั้งแต่ต้นทัวร์นาเมนท์จนจบ

งานนี้จึงต้องคารวะคุณปู่ หลุยส์ อราโกเนส เลยล่ะครับ และก็ต้องชื่นชมทีมสเปนชุดนี้ด้วยเช่นกันที่เล่นด้วย “สไตล์” โพสิทีฟ + บิวตี้ฟูลด้วยลูกสั้นแม่นยำ, ครองบอลดี, ทักษะเยี่ยม ฯลฯ และฯลฯ จริง ๆ

ไฟนอลสกอร์ 1-0 เป็นเพียงแค่ภาพลวงตาเท่านั้นแหละครับ เพราะสเปนคู่ควรกับสกอร์ไลน์สูงกว่านั้นในเกมที่เยอรมันไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยยกเว้นต้นเกมที่สเปนดูประหม่าอยู่ไม่น้อยจนเกือบพลาดเอง

สำหรับประเด็นเพิ่มเติมเรื่องชัยชนะ และเรื่องตัวผู้เล่นที่ผมได้เลือก “นักเตะยอดเยี่ยมแห่งทัวร์นาเมนท์” เรียบร้อยแล้ว และส่งมาปิดต้นฉบับล่วงหน้าไปแล้วก่อนกลับเมืองไทยนั้น รบกวนตามอ่านกันวันพรุ่งนี้นะครับ

เพราะผมใช้เวลาอยู่นานทีเดียวกว่าจะ “สรุป” ภาพต่าง ๆ และที่สำคัญคือ ทีมแห่งทัวร์นาเมนท์ “ยูโร 2008″ ถึง 23 คนออกมาได้

วันนี้เอาแค่นี้ก่อน แล้วพรุ่งนี้ค่อยมาต่อกันที่ตอนจบ “ยูโร 2008″ จากผมนะครับ

—————–

 

ใส่ความเห็น